หน้าแรก บล็อก

หนุ่มเชียงรายนำยาบ้าจากภาคเหนือเม็ดละ ๕ บาทมาส่งเพื่อนขายต่อที่บุรีรัมย์เม็ดละ ๑๐๐ บาทฟันกำไรอื้อ (มีคลิป)

0

ถูกจับเพราะค้ากำไรเกินควร!? “หนุ่มเชียงราย”ขนยาบ้าจากภาคเหนือ มาแบบกองทัพมดครั้งละ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ เม็ด ต้นทุนเม็ดละ ๕ บาท ถุงซุกมาในเต้าหู้ แต่ส่งให้เพื่อนขายต่อที่บุรีรัมย์เม็ดละ ๑๐๐ บาท ไม่รอดถูกตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ วางแผนล่อซื้อจับกุมได้คารีสอร์ท ทั้งคนและของกลางยาบ้ากว่า ๑๐๐ เม็ด

1

*** บุรีรัมย์ / เมื่อเร็วๆนี้ พ.ต.ท.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ หัวหน้า ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.องอาจ มะโนบาล ร.ต.ท.รักศักดิ์ หาญประโคน นำกำลัง ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ เข้าจับกุม นายสมศักดิ์ ไกลกลางดอน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ กับนายสมชาย ขวัญเอี่ยมเจริญ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.12 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้ที่ห้องพักเบอร์ 2 เก้าวิฬารีสอร์ท ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าที่ตรวจพบในห้องพักรวมทั้งหมด 172 เม็ด โดยเป็นยาบ้าจำนวน 97 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน วางอยู่บริเวณชั้นวางโทรทัศน์ ,ยาบ้า 65 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย วางอยู่บนชั้นวางของหน้าห้องน้ำ และยาบ้าอีกจำนวน 10 เม็ด ห่อด้วยเศษกระดาษซุกซ่อนอยู่บริเวณหลังโทรทัศน์ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าทั้งหมด และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อยาบ้า มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายด้วย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑(เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

3

*** สอบถามนายสมชาย ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว ตนกับนายเชิดศักดิ์ ได้เสพยาบ้าไปคนละ 2 เม็ดไปก่อนที่ตำรวจจะมาจับ ส่วนยาบ้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจพบในห้องนั้นเป็นยาบ้าที่ตนได้เตรียมไว้ให้นายเชิดศักดิ์ นำไปขายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และรอให้ลูกค้ามารับ ซึ่งตนได้รู้จักกับนายเชิดศักดิ์ ตอนที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่ออกมาแล้ว จึงได้ชักชวนกันมาขายยาบ้า ซึ่งตนจะเป็นผู้นำยาบ้ามาจากทางภาคเหนือ โดยสารมากับรถประจำทางมาครั้งละ 5-10 ถุง หรือประมาณ 1,000-2,000 เม็ด ต้นทุนมาในราคาเม็ดละ 5 บาท ซุกซ่อนมากับเต้าหู้ยี้ของชาวเขา เพื่อหลีกเลี่ยงจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ มาส่งให้ลูกค้าส่วนหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา และอีกส่วนหนึ่งนำมาส่งให้นายเชิดศักดิ์ เป็นผู้ขายมาได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว โดยจะเปิดรีสอร์ทเป็นที่พักอาศัย ส่วนเงินที่ได้จะโอนให้แฟนสาวของตนเองเป็นผู้เก็บไว้ เมื่อขายยาบ้าหมดตนก็จะเดินทางไปภาคเหนือ เพื่อไปนำยาบ้ามาส่งต่อให้นายเชิดศักดิ์เป็นผู้จำหน่ายอีก เพราะลงทุนซื้อยาบ้ามาแค่ถุงละประมาณ 1,000 บาท แต่ขายได้กำไรถึงถุงละ 15,000 บาท

5-1

*** ด้าน พ.ต.ท.วิษณุ เปิดเผยว่า ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากสายลับว่ามีวัยรุ่นชายเป็นคนภาคเหนือ นำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ในราคาเม็ดละ 100 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่าทั่วไป โดยเปิดห้องพักอาศัยอยู่รีสอร์ทบริเวณถนนบายพาสรอบเมืองบุรีรัมย์ จึงได้วางแผนให้สายลับติดต่อซื้อยาบ้าจำนวน 50 เม็ด โดยผู้ค้ายาเสพติดได้นัดให้สายลับมารับยาบ้าที่รีสอร์ทดังกล่าว เมื่อสายลับไปถึง นายเชิดศักดิ์ กับนายสมชาย ได้เปิดประตูออกจากห้องพัก และเรียกให้สายลับไปรับยาบ้าที่ห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ดักซุ่มอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเข้าตับกุม และเข้าตรวจค้นห้องพักของ นายสมชาย กับนายเชิดศักดิ์ ก็พบยาบ้าวางไว้ในบริเวณต่างๆของตัวห้อง

2

*** พ.ต.ท.วิษณุ เปิดเผยด้วยว่าคดีนี้ถึงจะมีผลการจับกุมยาบ้าในจำนวนเพียง 100 กว่าเม็ดเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมีการซื้อขายยาบ้ากัน เพียงราคาเม็ดละ 100 บาทเท่านั้น ซึ่งมีราคาถูกกว่าที่มีการจำหน่ายโดยทั่วไป ที่จำหน่ายอยู่ที่ราคาเม็ดประมาณ 150-200 กว่าบาท ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่นำยาบ้ามาจำหน่ายครั้งละมากๆ แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่ามีการนำยาบ้ามาจำหน่ายในจำนวนไม่มาก แต่มีต้นทุนมาถูกกว่ารายอื่นทั่วไป คือมีต้นทุนมาเม็ดละ 5 บาทเท่านั้นเฉลี่ยถุงละ 1,000 บาท ในขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่มีต้นทุนประมาณเม็ดละ 80-100 บาท หรือเฉลี่ยถุงละประมาณ 20,000 บาท.

ด่วน!รวบแล้วนักร้องสาวกิ๊ก ผกก.บ้านโป่งทีมอุ้มฆ่า “ทอมหล่อ”

0

ชุดสืบสวน สน.ค้างตลาดพลู ร่วมกับ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และ กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ บุกหิ้วตัวน้องดาว นักร้องสาวแฟน ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 1 ใน 7 คนทีมอุ้มฆ่าสาวทอม ได้คาสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะกำลังนำโฉนดที่ดินมายื่นประเมินราคา เพื่อนำไปเป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว พร้อมปิดปากเงียบ ก่อนตำรวจจะคุมตัวจากบุรีรัมย์ ไปสอบเพิ่มที่ สน.ค้างตลาดพลู

recovered

บุรีรัมย์ / เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ศรัญญู ต๊ะปัน รอง สว.สส.สน.ค้างตลาดพลู บก.น. 7 ทีมสืบสวนชุดคลี่คลายคดีกรณี น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือ หญิง อายุ 28 ปี ชาว จ.สระแก้ว สาวทอมหน้าตาดีที่หายตัวไปอย่างลึกลับ โดยทางการคาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว ในพื้นที่ สน.หนองค้างพลู บก.น.7 ได้ร่วมกับ ตำรวจชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) และตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์(กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์) ทำการจับกุม น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ อายุ 38 ปี หรือดาว นักร้องสาวแฟน ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อยู่บ้านเลขที่ 4123 ซอยเพชรเกษม หนองแขมคอนโด แขวงหนองค้างพลาดพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ 12/2560 ลงวันที่ 10 มกราคม 2560 ได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะที่ น.ส.กรรณิกา หรือดาว พร้อมครอบครัวนำเอกสารโฉนดที่ดินมาให้ สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ประเมินราคาเพื่อนำไปเป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว ในราคาประเมิน 300,000 บาท

recovered1
ทั้งนี้ชุดจับกุมได้ควบคุมตัว น.ส.กรรณิกา หรือดาว มาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งขณะควบคุมตัว น.ส.กรรณิกา หรือดาว พยายามหลบหน้าและไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด จากนั้นชุดคลี่คลายคดี สน.ค้างตลาดพลู ได้ทำการควบคุมตัว น.ส.กรรณิกา หรือดาว ไปส่งพนักงานสอบสวน สน.ค้างตลาดพลู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ถูกข่มขื่นใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนเองหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญา ในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปกปิดการตาย หรือสาเหตุแห่งการตาย”
ร.ต.อ.ศรัญญู เปิดเผยว่าหลังจากศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมชบวนการในคดีดังกล่าว และทราบว่า น.ส.กรรณิกา หรือดาว มีภูมิลำเนาอยูในพื้นที่ ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ และทราบว่าในวันที่ 11 ม.ค.60 น.ส.กรรณิกา หรือดาว พร้อมครอบครัวได้เดินทางมาที่ สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำเอกสารโฉนดที่ดิน มาให้เจ้าพนักงานที่ดินประเมินมูลค่า เพื่อจะนำไปประกอบเป็นหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้นำหมายศาลฯ พร้อมแสดงตัวขอจับกุม น.ส.กรรณิกา หรือดาว ขณะกำลังเดินลงจากทำธุรกรรมบนสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และจะนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ค้างตลาดพลู ต่อไป

 

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ติดตามงาน พร้อมมอบนโยบาย กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์

0

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ติดตามงาน พร้อมมอบนโยบาย กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์ แนะให้เร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างเร่งด่วน

img_9297

 

วันนี้ (10ม.ค.60) เวลา 09.00 น. พลโทธรากฤต  ทับทองสิทธิ์  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 พร้อมคณะ ประชุมมอบนโยบาย ติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ห้องประชุมฝ้ายคำ ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายประภาส  รักษาทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ให้การต้อนรับ และมีอัตรากำลังของ กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมรับฟัง เสนอแนะ และรายงานผลการดำเนินงานอย่างพร้อมเพียง

img_9295

พลโทธรากฤต  ทับทองสิทธิ์  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้มอบนโยบายแนวทางปฏิบัติงานในพื้นที่ว่า อัตรากำลังของ กอ.รมน.ต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่การทำงานให้เป็นไปตามนโยบาย และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ต้องบูรณาการในทุกด้านอย่างจริงจังที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง พิทักษ์และเทิดทูนสถาบัน การรักษาทรัพยากรป่าไม้สิ่งแวดล้อม การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การสร้างมวลชน สนับสนุนให้มีการฝึกผู้นำชุมชนเป็นเครือข่ายแจ้งข่าวสารต่างๆแก่ทางราชการ  การเฝ้าติดตามสถานการณ์ กลุ่มองค์กรต่างๆที่เคลื่อนไหวกระทบต่อความมั่นคง หรือเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ หลอกลวงประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ตลอดทั้งให้การช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อน ประสบภัย โดยขอให้อัตรากำลังของ กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีความคิดริเริ่ม ใช้เทคโนโลยี ร่วมกันพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลไปพร้อมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม

img_9294

นอกจากนั้นแล้วยังสั่งกำชับให้ กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์ เร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ร่วมรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่รุนแรงในพื้นที่ภาคใต้เป็นบริเวณกว้างอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนร่วมกันบริจาคสิ่งของ เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วนด้วย

ดำรง ภาพ ข่าว

บุรีรัมย์-ผู้ใหญ่ใจบุญ ควักเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท ซื้อข้าวเปลือกช่วยเหลือชาวนา

0

บุรีรัมย์-ผู้ใหญ่ใจบุญ ควักเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท ซื้อข้าวเปลือกช่วยเหลือชาวนาโดยไม่ต้องวัดความชื้น นำไปสีเป็นข้าวสารแจกผู้มีรายได้น้อย และคนจนจำนวนกว่า 3 พันคนๆละ 20 กก. ในพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

img_9133
วันนี้(09 ม.ค.59) เวลา 09.00 น. นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานมอบข้าวสารให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากจน วัดและโรงเรียนในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ รวมจำนวน 3,017 คน ซึ่งจะได้รับข้าวสารคนละ 20 กิโลกรัม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยมีนายสมชาย คอประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอลำปลายมาศ นายสุวิทย์ ธีระพิริยะกุล และครอบครัว หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมมอบที่หอประชุมโรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

img_9202
การมอบข้าวสารให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและคนจน ตลอดทั้งโรงเรียนในพื้นที่ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจาก นายสุวิทย์ ธีระพิริยะกุล คหบดีชาวอำเภอลำปลายมาศและครอบครัว มีจิตอันเป็นกุศลสละเงินส่วนตัวจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในช่วงเวลาที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำในราคากิโลกรัมละ 9 บาท จำนวน 100,000 กิโลกรัม โดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการวัดเปอร์เซ็นต์ความชื้น เป็นการช่วยระบายข้าว และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ให้ขายข้าวได้ราคาที่สูงขึ้น และนำไปสีเป็นข้าวสารโดยโรงสีชุมชน ในพื้นที่ของเกษตรกรเอง แปรรูปเป็นข้าวสารได้จำนวน 65,000 กิโลกรัม แบ่งบรรจุถุงถุงละ 20 กิโลกรัม รวมเป็นจำนวน 3,250 ถุง จึงได้มอบให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากจน วัด และโรงเรียนในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ คลอบคลุม 16 ตำบล 216 หมู่บ้านของอำเภอลำปลายมาศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

 

img_9200 img_9224img_9225  img_9262

“ไทยยามาฮ่า” เหมาแถวหน้าบิดเอเชีย ลุ้นคว้าชัยโฮมเรซ

0
เฉลิมพล ผลไม้ ดาวบิดจอมเก๋าชาวไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ผงาดคว้าโพลซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. โดยมี เดชา ไกรศาสตร์ และอนุชา นาคเจริญศรี ทีมเมทขนาบข้างในกริดที่ 2 และ 3 ขณะ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คว้าโพลในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น โดยนักบิดไทยมีโอกาสลุ้นฉลองแชมป์ส่งท้ายฤดูกาลในบ้านเกิด สุดสัปดาห์นี้ ที่บุรีรัมย์
thumbnail_ss-600-yamaha
 
การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สนามสุดท้าย มีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นการจับเวลารอบควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ท
thumbnail_ap-250
 
โดยรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. ปรากฏว่าแถวหน้าของกริดสตาร์ทตกเป็นของนักบิดทั้ง 3 คนจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ซึ่งโพลโพซิชั่นได้แก่ เฉลิมพล ผลไม้ ที่ลงบิดด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ด เวลาต่อรอบ 1 นาที 38.547 วินาที เฉือนทีมเมทอย่าง เดชา ไกรศาสตร์ เพียง 0.022 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ อนุชา นาคเจริญศรี ตามหลังหัวแถวเพียง 0.354 วินาที เท่านั้น
 
ส่วนนักบิดไทยคนอื่นๆ ทำผลงานไม่เลว ฐิติพงศ์ วโรกร จาก ฮอนด้า ติ๊งโน๊ต เรซซิ่ง ออกสตาร์ทในกริดที่ 9 ตามด้วย รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 12ด้าน พาทิศ ชูประเทศ ดาวรุ่งไทยจาก ทีม คากายาม่า ซูซูกิ เอเชีย ได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 22
 
ด้านผลการควอลิฟายในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซี.ซี. ปรากฏว่าโพลโพซิชั่นตกเป็นของ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ แชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ที่แม้จะคว้าแชมป์ประจำปีไปครองก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ยังกดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 55.203 วินาที เฉือน ทาเคฮิโร ยามาโมโต้ นักบิดญี่ปุ่นจาก ทริคสตาร์ เรซซิ่ง ในอันดับ 2 เพียง 0.224วินาที เท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ เกลัง เฮนดร้า พราทาม่า ดาวรุ่งอินโดนีเซียนจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลังหัวแถว 0.606 วินาที
thumbnail_ap-250-2
 
นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันในรุ่น อันเดอร์โบน 130 ซี.ซี. ที่ลงจับเวลารอบซูเปอร์โพล เพื่อจัดอันดับสตาร์ทในวันเดียวกัน โดยโพลโพซิชั่นในรุ่นนี้ตกเป็นของ โมฮัมหมัด ฮาฟิซ ไฟรุส นักบิดมาเลเซีย ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 09.533 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง วาห์ยุ อาจิ ทริลักซานา นักบิดอินโดนีเซียน จาก ทีพีเค48 บีเคเอ็มเอส อินโดนีเซีย เพียง 0.355 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ อาห์มัด ฟาซลี ชาม นักบิดมาเลเซีย จาก อูม่า เรซซิ่ง ยามาฮ่า มาจู มอเตอร์ ตามหลังหัวแถว 0.507 วินาที
 
สำหรับโปรแกรมในสุดสัปดาห์นี้จะแข่งขันเรซแรกในวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม และปิดท้ายการแข่งขันเรซ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่สนใจเข้าชมการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2016 สามารถหาซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรหน้า สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และบุรีรัมย์ คาสเซิล รวมถึง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดย VIP LOUNGE 1 วัน ราคา 1,000 บาท/ 2 วัน 1,500 บาท, GRANDSTAND 1 วัน ราคา 200 บาท/ 2 วัน 300 บาท, SIDESTAND 1 วัน ราคา100 บาท/ 2 วัน 150 บาท สอบถามได้ที่ โทร 02-262-3456 หรือ 091-716-3366

ชาวนาเคราะห์ซ้ำ ปากเท้าเปื่อยระบาดบุรีรัมย์! วัว-ควาย ติดเชื้อ 400 ตัว

0

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! พบวัว-ควาย ที่ชาวนาบ้านหนองไผ่ใหญ่ ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เลี้ยงไว้เกือบทั้งหมู่บ้านกว่า 400 ตัว ล้มป่วยเป็นโรคปากเท้าเปื่อย มีอาการหลังแข็ง น้ำลายฟูมปากไหลยืด ไม่กินหญ้า หวั่นเกรงโรคแพร่ระบาดลุกลาม รีบแจ้งให้ปศุสัตว์จังหวัดมาเร่งระดมฉีดยาวัคซีนป้องกันโรค ต้องเสียเงินเป็นค่าฉีดยาวัคซีนทั้งวัว-ควายที่ป่วยและไม่ป่วย เฉลี่ยเข็มละ 300 บาทต่อตัว ขณะชาวนาบางรายจำยอมเจียดข้าวเปลือก ที่จะนำมาเข้าร่วมโครงการจำนำยุ้งฉางของรัฐบาลแบ่งนำไปขาย เพื่อนำเงินมาเป็นค่าฉีดยาวัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้วัว-ควายป่วยถึงขั้นล้มตาย

7

***บุรีรัมย์ / เมื่อวันที่ 27 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เกิดโรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์ระบาดหนักหลายหมู่บ้านของ ต.ชุดเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเกิดทั้งในโคเนื้อพันธุ์พื้นเมือง และโคพันธุ์ลูกผสมบราห์มัน โดยเฉพาะบ้านหนองไผ่ใหญ่ หมู่ 6 ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ พบว่าวัวและควายของเกษตรกร ในหมู่บ้านที่มีอยู่กว่า 400 ตัว ขณะนี้มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคปากเท้าเปื่อยไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ สร้างความกังวลใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากวัวและควายที่ป่วยกินหญ้าได้น้อยหรือแทบไม่กินหญ้าเลย จึงทำให้ร่างกายเริ่มผอมโซ เกรงโรคจะแพร่ระบาดลุกลามไปยังวัวควายตัวอื่น รวมถึงสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น อีกทั้งก่อนหน้านี้พบมีวัวของเพื่อนบ้านต่างหมู่บ้านที่เป็นโรคล้มตายบ้างแล้ว ขณะเดียวกันชาวบ้านบางรายถึงกับต้องนำข้าวเปลือกมาขาย เพื่อเป็นค่าฉีดยาวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ที่มาทำการฉีดยาวัคซีนให้วัวควาย ทั้งที่ป่วยและยังไม่ป่วยเป็นโรค ในราคาเข็มละ 300 บาท

3

***นางสมคิด นามปัญญา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 6 ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองเลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริมจำนวน 6 ตัว ก่อนหน้านี้ไม่ทราบข่าวมาก่อนว่าวัวที่เลี้ยงไว้ป่วย แต่มาพบผิดสังเกตคือวัวหลังแข็ง น้ำลายยืด ไม่กินอาหาร และเริ่มผอมลงอย่างเห็นได้ชัด จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ จ.บุรีรัมย์ มาดำเนินการฉีดวัคซีนให้ทั้ง 6 ตัว โดยตนต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินถึง 1,800 บาท เฉลี่ยต่อตัวต่อเข็มละ 300 บาท เป็นค่าฉีดยาวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หนำซ้ำไม่รู้เลยว่าจะต้องฉีดยาวัคซีนซ้ำอีกหรือไม่ เพราะอาการของวัวยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่ ตอนนี้ตนเริ่มกังวลอีกเนื่องจาก เกรงว่าหากอาการของวัวไม่ดีขึ้น หรืออาจล้มป่วยถึงขั้นเสียชีวิตตนก็ไม่รู้จะทำยังไงดี
***นางสมคิด เล่าให้ฟังด้วยว่า ตอนนี้เหมือนเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ชาวนาอย่างพวกตนที่เลี้ยงวัวควายเป็นอาชีพเสริม ไหนจะต้องมาพบกับผลผลิตที่ออกมาไม่ได้คุณภาพ ราคาข้าวที่ตกต่ำ และฝนที่ตกลงมาเปียกข้าวทั้งขณะเก็บเกี่ยวและตาก ยังมาเจอปัญหาวัวที่เลี้ยงไว้เป็นโรคปากเท้าเปื่อย ตอนนี้ตนก็ไม่มีเงินติดตัวเลย ซึ่งตอนจ่ายเงินค่าฉีดยาวัคซีนให้กับปศุสัตว์ ตนจำเป็นต้องเจียดเอาข้าวเปลือกในยุ้ง ที่เตรียมจะนำไปเข้าโครงการจำนำยุ้งฉางของรัฐบาล ไปขายบางส่วนจำนวน 5 กระสอบป่าน ได้เงินมาประมาณ 3,000 บาท เพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าฉีดยาวัคซีน 1,800 บาท ส่วนที่เหลือ 700 บาทไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน

10
*** ด้านนายสมหมาย สารจันทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บอกว่า ตอนนี้ทราบข่าวว่าโรคปากเท้าเปื่อย เริ่มระบาดไปแล้วแทบทุกหมู่บ้านใน ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ แต่มีบ้านหนองไผใหญ่ หมู่ 6 แห่งนี้ระบาดมากที่สุด เนื่องจากชาวบ้านในหมู่บ้านแทบทุกหลังคาเรือน เบื้องต้นประมาณกว่า 40 หลังคาเรือน จะเลี้ยงวัว ควายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งแต่ละหลังคาจะมีวัวหรือควายเฉลี่ยรายละ 5-20 ตัว โดยรวมทั้งหมู่บ้านมีกว่า 400 ตัว แต่ตอนนี้กลับพบว่าวัวควายที่เลี้ยงไว้ ต้องมาเจ็บป่วยด้วยโรคปากเท้าเปื่อยไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ชาวบ้านต่างวิตกกังวลใจเป็นอย่างมาก เกรงว่าจะเกิดการลุกลามไปยังวัวควายที่ยังไม่เจ็บป่วย หรือสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น ที่เป็นสัตว์มีกีบเท้าเช่นเดียวกันอย่างหมู
*** “สิ่งที่เป็นกังวลของชาวบ้านตอนนี้คือ วัวควายที่เจ็บป่วยเป็นโรคปากเท้าเปื่อยตอนนี้ ไม่ใช่แค่วัวควายที่ปล่อยไปเลี้ยงตามทุ่งนา วัวควายที่เลี้ยงไว้ในคอก ซึ่งก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว หรือไปใกล้วัวตัวอื่นเลย ก็ยังมาป่วยเป็นโรคนี้ด้วย อีกทั้งทราบข่าวว่าก่อนหน้านี้ มีวัวของหมู่บ้านอื่นใน ต.ชุมเห็ด ได้ล้มป่วยและทยอยตายลงไปบ้างแล้ว ชาวบ้านจึงเกรงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคลุกลาม ไปจนทำให้วัวควายล้มตาย รวมถึงลุกลามไปยังสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอย่างหมู ซึ่งมีกีบเท้าอย่างวัวควายอาจจะติดเชื้อโรคดังกล่าวนี้ด้วย”นายสมหมาย กล่าว

11
***ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.ชุมเห็ด บอกด้วยว่า ส่วนตนเองได้เลี้ยงวัวไว้จำนวน 2 ตัว เพศเมียกับเพศผู้เป็นวัวพันธุ์ผสมบราห์มัน ซึ่งเลี้ยงขังไว้อยู่ใสคอกก็ยังมาป่วยด้วยโรคปากเท้าเปื่อยเช่นเดียวกัน แต่ที่น่าสงสารคือวัวเพศเมียซึ่งกำลังตั้งท้องก็ป่วยด้วย โดยตนเริ่มสังเกตอาการป่วยคือ วัวทั้งสองตัวที่เลี้ยงไว้เริ่มมีอาการผอมลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะวัวเพศเมียที่กำลังตั้งท้อง ซึ่งจริงๆแล้ววัวที่ตั้งท้องต้องอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่กลับมาผอมซูบลงเรื่อยๆ และช่วงการก้าวเท้าเดินก็เดินช้าๆ หลังจะโก่งแข็ง ไม่ค่อยจะกินหญ้าหรือกินก็กินได้น้อย และมีน้ำลายฟูมปากตลอดเวลา ตนจึงจับง้างปากวัวทั้วสองดู พบว่ามีแผลในปาก อีกทั้งที่บริเวณกีบเท้าก็เริ่มมีแผลด้วย จึงมั่นใจว่าวัวที่ตนเลี้ยงไว้นั้นป่วยเป็นโรคปากเท้าเปื่อยแน่ จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ และประสานทางปศุสัตว์ จ.บุรีรัมย์ มาดำเนินการฉีดยาวัคซีนให้ ของตนฉีดทั้ง 2 ตัว เจ้าหน้าที่คิดค่าฉีดยาวัคซีนเข็มละ 300 บาท รวม 2 เข็ม เป็นเงิน 600 บาท

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์นำแพทย์ออกตรวจรักษาโรคหน้าหนาวแก่ประชาชนแนวชายแดน

0

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ นำทีมแพทย์ พอ.สว. พร้อมส่วนราชการออกหน่วยเคลื่อนที่ ออกให้บริการตรวจรักษาโรคที่มากับหน้าหนาว และโรคต่างๆฟรี แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา

img_6753

***บุรีรัมย์ – เมื่อวันที่ 25 พ.ย.59 นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนางผ่องใส แก้วกังวาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ และคณะกรรมการเหล่ากาชาด นำส่วนราชการระดับจังหวัด ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่บริเวณโรงเรียนบ้านหนองไม้งาม 2 ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ส่วนราชการในระดับจังหวัด ได้นำงานในหน้าที่ออกไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เดินทางยากลำบาก เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ในการติดต่อราชกับหน่วยงานระดับจังหวัด
***โดยกิจกรรมการให้บริการประกอบไปด้วย การตรวจรักษาโรคทั่วไป การมอบเงินสงเคราะห์ และเครื่องอุปโภค-บริโภค ผ้าห่มให้แก่เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ยากไร้ พร้อมทั้งแจกจ่ายพันธุ์ปลา พันธุ์กล้าไม้ให้กับประชาชน มีการการนำบริการด้านเกษตรกรรม ปศุสัตว์ จำหน่ายและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าราคาประหยัด มีการให้บริการด้านแรงงาน และเผยแพร่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่ประชาชนถึงพื้นที่ เป็นการกระตุ้นให้ส่วนราชการต่างๆ ได้เข้าศึกษาสภาพปัญหา และรับรู้ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

img_6629
***พร้อมกันนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ยังได้ระดมทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านการรักษาโรคทั่วไป บริการทันตกรรม การแพทย์แผนไทย บริการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และแพทย์ทางเลือกแก่ประชาชน แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสานต่อปณิธาน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงพระราชทานทุนแรกเริ่มก่อตั้งมูลนิธิแพทย์ พอ.สว. เพื่อช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ให้มีสุขภาพอนามัยและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
***ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ กล่าวว่าในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่อากาศหนาวแล้ว พบว่ามีประชาชนที่มารับบริการบางรายเริ่มป่วยด้วยโรคไข้หวัด และระบบทางเดินหายใจกันบ้างแล้ว เนื่องจากในพื้นที่ ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด เป็นพื้นที่รอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน มีสภาพเป็นป่าเขา จึงทำให้สภาพอากาศจะหนาวเย็นกว่าในเขตตัวเมือง ซึ่งทีมแพทย์ พอ.สว.ที่เดินทางมาให้บริการครั้งนี้ ได้มีการตรวจรักษาโรค พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชน ในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคไข้หวัด และโรคที่เกี่ยวกับระบบหายใจ ที่จะมีการแพร่ระบาดในช่วงหน้าหนาวนี้ด้วย

img_6570

img_6446

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

0

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

15167578_723945924428385_7160115892466741278_o

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวัน “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่จัดขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ

15110845_723946061095038_5344753768185392584_o

เมื่อวันที่ (22 พ.ย.2559) นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธี “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้นำข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่ากล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอดทรงครองราชย์ 70 ปี พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และพสกนิกรได้ร่วมกันเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างกึกก้องพร้อมเพรียงกันอีกด้วย

14915641_723946264428351_8371154328994080630_n

สำหรับการประกอบพิธี “รวมพลังแห่งความภักดี” ในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นพร้อมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากจะจัดขึ้นที่ศูนย์ราชการจังหวัดแล้ว อำเภอทั้ง 23 อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมไปถึงสถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน และตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ ก็ได้มีการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีอย่างพร้อมเพรียงกันอีกด้วย เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 4

0

ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 4 และงานราชภัฏบุรีรัมย์มหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดบุรีรัมย์

15194424_724008277755483_4240672574656571247_o

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 59 เวลา 17.00 น. ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก อัมรินทร์ สุพรรณนพ เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 4 และงานราชภัฏบุรีรัมย์มหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏในประเทศไทยทุกแห่ง จำนวน 40 แห่ง ร่วมกันจัดขึ้น โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ปีนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นเจ้าภาพ ในการจัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 22 ถึง 24 พฤศจิกายน 2559 ภายใต้ชื่อ “การสร้างสรรค์นวัตกรรมและงานวิจัยมาตรฐานการผลิตพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา คลังปัญญาในการบริการวิชาการสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนของชุมชน” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นักวิจัยดีเด่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 40 แห่ง ได้รับโล่รางวัลพระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

15110468_724008411088803_6730579428566336294_o

ส่วนงานราชภัฏบุรีรัมย์มหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ ครั้งที่ 2 จัดระหว่างวันที่ 22 ถึง 26 พฤศจิกายน 2559 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายด้านวิชาการและศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ โดยจัดให้มีการแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับอุดมศึกษา จำนวน 21 ทักษะ ซึ่งผู้ชนะเลิศการแข่งขันทักษะทั้ง 21 ทักษะ จะได้รับโล่รางวัลพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

15195875_724008934422084_8419364357192024248_o

ในงานฯ มีการจัดนิทรรศการ “ศิลปกรรมร่วมสมัย ถวายบังคมพระทรงฉัตรรัชกาล ผู้ทรงผ่านแผ่นดินพบ บรรจบฟ้า” นิทรรศการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั่วประเทศ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์และผลงานสร้างสรรค์ การสาธิตและการแสดงวัฒนธรรมระดับชาติและนานาชาติ จากเครือข่ายวัฒนธรรม จำนวน 10 ประเทศ

15195997_724008577755453_3640274311166911318_o

ครูบุรีรัมย์ครวญไม่มีเงินเดือนติดบัญชี กู้แบงก์กรุงไทยกลับมีหนี้ก้อนโตโผล่

0

ครูบุรีรัมย์เดือดร้อนหนัก หลังจากพบว่าตัวเองมีหนี้เพิ่มรายละกว่า 1 ล้านบาท สอบถามธนาคารกรุงไทยที่ได้กู้อ้างทำบัญชีผิด พร้อมรับปากจะแก้ไขให้แต่กลับนิ่งเฉย ล่าสุดพบว่าครูจำนวนมากในจังหวัดบุรีรัมย์ ถูกยัดหนี้ให้โดยไม่รู้ตัว ถูกหักเงินรายเดือนเกลี้ยงบัญชี เพราะเดือดร้อนหนักไม่มีเงินใช้จ่าย คาดทำเป็นกระบวนการและน่าจะมีครูโดนหลายร้อยคน วอนช่วยเหลือ

15027758_1684844608492613_2859159827529452127_n

บุรีรัมย์ – นายสมภพ ประเสริฐศิริรัตน์ อายุ 40 ปี ครูโรงเรียนบ้านเสม็ด ตงสำโรง อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเพื่อนครู 5 คน ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนประจำ จ.บุรีรัมย์ เพื่อขอให้ช่วยเป็นสื่อกลาง ในการขอความเป็นธรรม หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่มีเงินเดือนเหลือมาใช้จ่ายในครอบครัวและชีวิตประจำวัน เนื่องจากเงินเดือนที่มีอยู่ ถูกธนาคารกรุงไทยสาขาบุรีรัมย์ หักจนเกลี้ยงบัญชีทุกเดือน เนื่องจากต้องมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกกว่ารายละ 1 ล้านบาท ทั้งๆที่ไม่ได้ใช้เงินดังกล่าว โดยกลุ่มครูเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากที่ตนไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร

15027415_1684844618492612_7958841723991107516_n
นายสมภพ เล่าให้ฟังว่า ตนได้เริ่มกู้เงินกับธนาคารกรุงไทยสาขาอำเภอประโคนชัย ครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนเงิน 1,100,000 บาท จากนั้นธนาคารก็หักเงินเดือนชำระหนี้เดือนละ 11,000 บาท เรื่อยมาหลังจากถูกหักเงินเดือนผ่านไปประมาณ 1 ปี ตนเองอยากจะกู้เงินเพิ่ม เพื่อต้องการเงินมาทำธุรกิจ จึงยื่นกู้ตามเพดานที่กู้ได้กับธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ ตามหลักฐานที่ยื่นจำนวน 1,400,000 บาท ซึ่งตามระเบียบเงินที่กู้ได้ครั้งล่าสุด จะต้องเอาไปชำระหนี้เก่าที่กู้กับธนาคารกรุงไทยสาขาอำเภอประโคนชัย จำนวน 1,100,000 บาท โดยตนได้รับเงินส่วนต่างที่โอนเข้าบัญชีมาจำนวน 300,000 บาท จากนั้นธนาคารก็หักเงินเดือนตามปกติ ต่อมาเริ่มมีความผิดปกติ เพราะเงินเดือนที่เคยเหลือกลับไม่เหลือ ทั้งที่มีหนี้เพิ่มเพียง 300,000 บาท เมื่อมีเงินจากการทำธุรกิจเข้ามาในบัญชี ก็ถูกหักจนเกลี้ยงบัญชี เป็นเวลาเกือบ 1 ปี จึงเข้าไปตรวจสอบที่ธนาคารกรุงไทย สาขาประโคนชัย พบว่าหนี้เก่า 1,100,000 บาท ยังไม่ได้ชำระ ทั้งที่การกู้รอบสองในสัญญาระบุว่าหักจ่ายชำระแล้ว จึงนำหลักฐานทั้งหมดไปสอบถาม ที่ธนาคารกรุงไทยสาขาบุรีรัมย์ มีพนักงานคนหนึ่งอ้างว่า เกิดจากความผิดพลาดโอนเงินผิดบัญชี และขอโอกาสแก้ไข จึงตอบตกลงเพราะเห็นใจเกรงว่าจะถูกออกจากงาน เวลาผ่านไป 2 เดือน เรื่องก็เงียบหายไป กระทั่งมีเพื่อนครูในโรงเรียนเดียวกัน เอาบัญชีมาตรวจสอบพบว่ามีเพื่อนครูจำนวน 5 คน มีหนี้เพิ่มในลักษณะเดียวกันคนละกว่า 1 ล้านบาท

15134591_1684844611825946_3454968098483943378_n
“ตนไม่ต้องการอะไรมากเพียงแต่ต้องการ แจ้งเตือนให้เพื่อนครูในเขต อ.พลับพลาชัย ทราบก็ปรากฏว่ามีครูมีหนี้เพิ่มในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 20 คน คาดว่าน่าจะมีครูใน จ.บุรีรัมย์ ถูกยัดหนี้ให้หลายร้อยคน คิดเป็นยอดเงินน่าจะหลายร้อยล้านบาท จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวด้วย เนื่องจากพวกตนกำลังลำบาก เพราะไม่มีเงินเดือนใช้”นายสมภพ กล่าว
ด้านนายภูภิภัคพงศ์ กระเชือนรัมย์ อายุ 45 ปี ครูโรงเรียนเสม็ด ต.สำโรง อ.พลับพลาชัย หนึ่งใน 5 ครูที่ถูกธนาคารยัดหนี้ บอกว่า ตนได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย ในลักษณะเดียวกันกับครูสมภพ เพื่อนครูในโรงเรียนเดียวกัน โดยการกู้เงินครั้งที่ 2 ก็เพื่อต้องการไปหักลบหนี้จากการกู้ครั้งแรก แต่ต้องมาประสบปัญหาเดียวกันกับครูสมภพ ทำให้ตอนนี้ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะนอกจากเงินเดือนถูกหักไม่เหลือเงินติดบัญชีแล้ว หนำซ้ำยังมีโทรศัพท์จากพนักงานของธนาคารกรุงไทย โทรทวงหนี้เป็นประจำ เพราะเงินเดือนที่เหลือในบัญชี ไม่พอให้ทางธนาคารหักหนี้ที่มีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จึงอยากจะให้ธนาคารกรุงไทย เร่งแก้ไขปรับบัญชีให้ตามปกติโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว

Social Counter

0แฟนคลับชอบ
324ผู้ติดตามติดตาม