ตำรวจแคนดงคุมตัวพี่เขยโหดทำแผนฆ่าโหดน้องสะใภ้

ตำรวจแคนดง คุมตัวพี่เขยโหดฆ่าน้องสะใภ้แฟน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เปลี่ยนคำให้การจากบันดาลโทสะเป็นการวางแผนฆ่า เผยชนวนเหตุฆ่าผู้ตายบ่นด่าเรื่องยืมเครื่องตัดหญ้า ก่อนฉวยโอกาสผู้ตายเดินไปล้างมือในสระน้ำ ใช้ท่อนไม้ฟาดศรีษะ 3 ครั้ง แล้วถีบลงน้ำ

 

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 10 ส.ค.61 พ.ต.อ.โรมรัน จินดานุภาพ ผกก.สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุพจน์ เทาขุนทด ร้อยเวร(สอบสวน)ฯ และชุดสืบสวน สภ.แคนดง ควบคุมตัวนายนายสุพรรณ นวลวรรณ อายุ 50 ปี พี่เขยสามีของ น.ส.เต็ม ไชโย อายุ 36 ปี มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากตำรวจได้ทำการสอบสวน นายสุพรรณ ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.เต็ม ไชโย จนเสียชีวิตจริง โดยเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าเพียงคนเดียว เนื่องจากบันดาลโทสะที่ถูก น.ส.เต็ม ด่าทอ

โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายสุพรรณ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณสระน้ำสาธารณะท้ายหมู่บ้านชุมแสงใหม่ ต.ดงพลอง อ.แคนดง ที่นายสุพรรณให้การอ้างว่าวันเกิดเหตุ ขณะเลี้ยงควายแล้วถูก น.ส.เต็ม ผู้ตายเข้ามาด่าทอ จากนั้น น.ส.เต็ม ผู้ตาย ได้เดินลงไปล้างมือบริเวณบันไดปูนทางขึ้น-ลงสระน้ำ นายสุพรรณ จึงได้ใช้ไม้ที่เตรียมเอาไว้ฟาดเข้าที่บริเวณศรีษะ น.ส.เต็ม ผู้ตายไม่ยั้งประมาณ 3 ครั้ง แล้วใช้เท้าถีบร่างของ น.ส.เต็ม ให้ตกลงไปในสระน้ำ จากนั้นได้เอาท่อนไม้ไปซ่อนไว้ ก่อนจะต้นควายกลับบ้านตามปกติอย่างทุกวัน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้าน ที่ไปดูการทำแผนว่าโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ขนาดคนในครอบครัวเดียวกัน ยังกล้าลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

ผกก.สภ.แคนดง ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ โดยจะคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และผู้ต้องหาอาจจะกลับคำให้การในชั้นศาลได้

ขณะที่นายสมศักดิ์ ชุมสาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.ดงพลอง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับชุมชนตามชนบท เพราะส่วนใหญ่จะเอื้ออาทรกัน มีอาหารแบ่งปันกันมากกว่าจะทะเลาะกัน จึงอยากจะฝากถึงคนทั่วไปให้รู้จักอดทนอดกลั้นในยุคสังคมในปัจจุบัน

ทั้งนี้สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เต็ม ไชยโย อายุ 36 ปี เกิดขึ้นที่บริเวณหนองน้ำสาธารณะท้ายหมู่บ้านชุมแสงใหม่ ต.ดงพลอง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่กว่า 40 ไร่ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. โดยสภาพศพมีความผิดปกติจากคนจมน้ำเสียชีวิตทั่วไป เพราะสภาพศพของ น.ส.เต็ม พบว่าที่บริเวณใบหน้ามีเขียวช้ำหลายแห่ง ที่คิ้วซ้ายมีบาดแผลแตกเป็นแผลฉกรรจ์เย็บได้ถึง 13 เข็ม บริเวณท้ายทอยมีบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งมีเลือดไหลตลอดเวลา และที่บริเวณลำคอมีรอยฟอกซ้ำ คล้ายรอยบีบกด หรือโดนบีบคอ โดยเบื้องต้นลงความเห็นการเสียชีวิตว่า “ขาดอากาศหายใจเนื่องจากจมน้ำ” และญาติไม่ติดใจเอาความกับสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากในครอบครัวอาศัยกันอยู่ 3 คน คือ น.ส.เต็ม ผู้เสียชีวิต กับแม่สามีอายุ 93 ปี ซึ่งพิการทางสายตา และลูกวัย 14 ปี มีฐานะยากจน ทำให้ไม่มีเงินดำเนินการส่งศพตรวจชันสูจน์ และมีมีเงินเพียงพอที่จะจัดพิธีศพไว้ได้หลายวัน โดยจะจัดให้มีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 8 ส.ค.61 ที่ผ่านมา

แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชาวบ้าน ว่าไม่น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ และน่าจะเกิดจากการถูกฆาตกรรม จึงได้มีการร้องเรียนกับสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบ จากนั้นในวันที่ 8 ส.ค.61 ร.ต.อ สุพจน์ เทาขุนทด ร้อยเวร(สอบสวน) สภ.แคนดง เจ้าของคดีได้ทำการอายัดศพของ น.ส.เต็ม เพื่อนำไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ต่อมาชุดสืบสวน สภ.แคนดง และตำรวจจากกองกำกับ 3 กองบังคับการปราบปราม (กก.3 บก.ป.) ได้นำตัวนายสุพรรณ นวลวรรณ อายุ 50 ปี พี่เขยสามีของผู้เสียชีวิต มาทำการสอบสวน และนายสุพรรณ ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.เต็ม น้องสะใภ้ จนเสียชีวิตจริง โดยลงมือก่อเหตุฆ่าเพียงคนเดียว เพราะบันดาลโทสะที่ถูก น.ส.เต็ม ด่าทอเรื่องยืมเครื่องตัดหญ้าไปใช้แล้ว ไม่ยอมตัดหญ้ามาแบ่งควายของผู้ตาย

Cr..วันชัย ผิวอร่าม / รายงาน