รมช.ศึกษาธิการตรวจคืบหน้าโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาที่โรงเรียนบ้านโคกขามโนนสมบูรณ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่โรงเรียนบ้านโคกขามโนนสมบูรณ์ อ.ชำนิ สนองนโยบายรัฐบาลด้านปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ชี้ครูต้องปรับรูปแบบการสอน

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 15 พ.ย.61 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ที่โรงเรียนบ้านโคกขามโนนสมบูรณ์ ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พร้อมเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ในโรงเรียน ทั้งการทำฟาร์มเกษตรของโรงเรียน การจัดกิจกรรม และผลิตภัณฑ์ฝีมือจากเด็กนักเรียน

โดยมีนายมีชัย วีระไวทยะ ประธานมูลนิธิมีชัยพัฒนา นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายสุรพล เสวตเศรณี ตัวแทน บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยเบฟ) นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ ทั้ง 5 เขต ส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดทั้งผู้นำชุมชนร่วมให้การต้อนรับ และร่วมประชุมรับมอบนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ตามแผนโครงการที่วางไว้จนประสบผลสำเร็จ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่าได้มาเยี่ยมชมบ้านโคกขามโนนสมบูรณ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 50 โรงเรียนที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โดยโรงเรียนนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล โดยได้เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 เพื่อต้องการสร้างโรงเรียนต้นแบบตามโครงการ ที่มีการร่วมพัฒนากับทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง

สำหรับหลักการสำคัญของโครงการ Partnership School เพื่อต้องการให้โรงเรียนมีความคล่องตัวและสามารถบริหารจัดการโรงเรียน ภายใต้ความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่และชุมชน ซึ่งจะทำให้เป็นโรงเรียนต้นแบบที่จะสร้างอนาคต สร้างอาชีพให้กับนักเรียน เชื่อมโยงและร่วมแก้ปัญหาของชุมชน ดังเช่นตัวอย่างของโรงเรียนนี้ที่เน้น Smart Farming โดยจัดหลักสูตรให้นำนักเรียนไปศึกษาดูงานบริษัทใกล้เคียงโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้เรียนจากของจริง ไม่ใช่เรียนแต่ในห้องเรียนเท่านั้น

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่าครูต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอน ที่ต้องหมั่นตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้ฝึกคิด จากนั้นจึงใช้ประโยชน์ จากการเรียนรู้จากของจริง ครูจึงต้องพานักเรียนมาเรียนของจริงในสถานที่จริง ให้เด็กได้เรียนในแปลงเกษตรของโรงเรียน สามารถบูรณาการการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยรูปแบบโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบขยายไปสู่ 30,000 โรงเรียนทั่วประเทศ และกระจายให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมดูแลจัดการศึกษาในพื้นที่ได้มากขึ้น.

Cr..วิทูร คงเสนา / รายงาน