บุรีรัมย์คุมเข้มลุยตรวจร้านขายดอกไม้ไฟป้องกันเหตุร้ายช่วงลอยกระทง

ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ นำตำรวจ ทหาร ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจตราร้านจำหน่ายพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อป้องกันอันตรายจากการเล่นประทัดในช่วงเทศกาลลอยกระทง

                บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 21 พ.ย.61 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ร้อย อส.จ.บุรีรัมย์ ,สภ.เมืองบุรีรัมย์ ,ร้อย สห.มทบ.26 ,เทศกิจเทศบาลเมืองบุรีรัมย์, การค้าภายในฯ และพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ ออกตรวจร้านจำหน่ายพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อตรวจสอบการจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ในช่วงเทศกาลลอยกระทงวันที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งพบว่าแต่ละร้านมีการนำพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ มาวางเตรียมจำหน่ายที่หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกัน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบร้านที่จำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ พบว่ามีใบอนุญาตการขอจำหน่ายถูกต้อง แต่สินค้าบางชนิดเข้าข่ายอันตราย จึงได้มีการเตือนและขอความร่วมมือ อย่าจำหน่ายให้ลูกค้าโดยเฉพาะเด็ก พร้อมกับได้ขอความร่วมมือเจ้าของร้าน ให้มีการจัดวางสินค้าให้เหมาะสม  และเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงไม่ควรนำสิ่งของที่เป็นเชื้อไฟ หรือสิ่งที่เกิดประกายไฟได้ง่าย มาวางใกล้กับพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายได้

ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่าในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลลอยกระทง จึงได้มีเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป นิยมซื้อหาพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟมาจุดเล่นกันเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากการเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ จึงได้จัดกำลังออกตรวจร้านจำหน่ายฯ  พร้อมกับขอความร่วมมือ ไม่ให้จำหน่ายให้กับเด็ก และควรจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้น

ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อต้องการ ตรวจดูร้านค้าที่จำหน่ายพลุ ว่าต้องมีที่เก็บเป็นสัดส่วนอากาศถ่ายเทได้สะดวก และห้ามวางทับซ้อนกันหรือวางปนกับสินค้าอื่น ที่สำคัญคือห้ามขายพลุ หรือประทัดให้กับร้านค้ารายย่อย หรือร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายพลุโดยเด็ดขาด และขายในช่วงเวลาและสถานที่ที่กำหนดเท่านั้นคือ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.18.00 น.

อย่างไรก็ตามหากพบว่าร้านค้าใด ไม่ปฏิบัติตามก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ.

Cr..ธนภัทร ไชยศรีรัมย์ / รายงาน