บุรีรัมย์ลงนามหนุนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โครงการสานพลังประชารัฐ

บุรีรัมย์หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ร่วมลงนามความร่วมมือ การปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา

บุรีรัมย์ไทม์ /ที่แปลงสาธิตการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บ้านช่อผกา ต.ช่อผกา อ.ชำนิ นายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ นายเทิดพงศ์ ไทยอุดม ผู้อำนวยการชลประทานบุรีรัมย์ นางวิไลลักษณ์ มหัธนชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ นายสรรเสริญ เจริญศิริ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ และนายนวนิต พลเคน เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถาบันเกษตรกร ที่เป็นจุดรวบรวมผลผลิตข้าวโพด กับบริษัทเอกชนผู้รับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมีผู้แทนหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้

นายกฤษฎา เปิดเผยว่าโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา มีเป้าหมายดำเนินการในพื้นที่เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลาง ทดแทนพื้นที่นาปรังในเขตชลประทาน และพื้นที่นาอื่นๆ ที่มีแหล่งน้ำตลอดฤดูเพาะปลูก (พฤศจิกายน-เมษายน) ๓๓ จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ ๑๕ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๕ จังหวัด ภาคกลาง ๒ จังหวัด  และภาคตะวันออก ๑ จังหวัด

สำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอและสถาบันเกษตรกรใกล้บ้าน โดยผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นหัวหน้าครัวเรือนในทะเบียนเกษตรกร (ทบก.๐๑) ของกรมส่งเสริมการเกษตร และต้องมีประวัติการขึ้น ทบก. ผู้ปลูกข้าว ในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๐) สำหรับกรณีที่เช่าที่ดินทำนา ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน มีความประสงค์ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว มาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในนาช่วงฤดูแล้ง โดยสมัครใจพื้นที่ๆเข้าร่วมโครงการต้องเป็นพื้นที่นาในเขตชลประทาน หรือเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำ อยู่ในพื้นที่ที่โครงการกำหนดและมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.).

Cr..ธนภัทร ไชยศรีรัมย์ / รายงาน