ก.สาธารณสุขติวเข้มหมอ-พยาบาลทั่วประเทศดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ

กระทรวงสาธารณสุข ระดมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ ติวเข้มการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ หวังลดอัตราเสี่ยงจากการป่วย-ตาย ด้วยโรคระบบหัวใจ เผยเขตนครชัยบุรินทร์ พบอัตราป่วยตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจสูง คิดเป็นร้อยละ ๙.๔๑ และ ๑๑.๗๒

                บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ ๑๖ ม.ค. ๖๒ ที่ห้องประชุมคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมอัลวาเรซบุรีรัมย์ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการเครือข่ายหัวใจ Cardiac Network Forum ครั้งที่ ๑๑ : Sport Health for Smart heart ๒๐๑๙ เพื่อเป็นเวทีให้บุคลากรทางการแพทย์ ได้เผยแพร่องค์ความรู้จากการวิจัย ผลงานวิชาการและผลงานที่เป็น Best practice เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ในการส่งเสริมการนำองค์ความรู้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน และการดูแลประชาชน ทั้งเพื่อเป็นการสร้างกัลยาณมิตร ด้านเครือข่ายการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จากทั่วประเทศ และศูนย์โรคหัวใจ หน่วยงานโรคหัวใจ ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน ๘๐๐ คน เข้าร่วม

ทั้งนี้ภายในงานได้มีการปาฐกถาพิเศษ และบรรยายพิเศษ จากรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านโรคหัวใจ ทั้งการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบรรยายวิชาการด้านโรคหัวใจ การประกวดผลงานวิชาการ นำเสนอด้วยวาจา โปสเตอร์ และวีดีโอคลิป รวมถึงการจัดนิทรรศการแสดง เครื่องมือทางการแพทย์

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ ถือเป็นโรคที่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ดังนั้นเพื่อพัฒนาส่งเสริมการนำองค์ความรู้ใหม่ๆ นวัตกรรม ตลอดจนเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทันสมัยมาใช้ในการรักษาพยาบาล และเป็นการต่อยอดความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ในการพัฒนาดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจให้ก้าวหน้า ตลอดจนสร้างภาคีเครือข่าย การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จึงได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี การประชุมวิชาการเครือข่ายหัวใจ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ ๑๑ แล้ว

โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายที่จะพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยใช้แผนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนระบบส่งต่อ เพื่อลดความแออัด และพัฒนาเครือข่ายบริการแทนการขยายโรงพยาบาล ให้เกิดการเชื่อมโยงการบริการในระดับ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงแบบไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการตาย ลดอัตราการป่วย ลดระยะเวลารอคอย เพิ่มการเข้าถึงบริการที่รวดเร็ว ได้มาตรฐาน และลดค่าใช้จ่าย

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่าการดำเนินงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาโรคหัวใจ เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึง สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในระบบบริการ ที่นอกจากช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพแล้ว ยังได้เห็นถึงพลังความเข้มแข็งของบุคลากรสาธารณสุข ทั้ง แพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ ในการพัฒนาระบบบริการด้านโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาการดูแลผู้ป่วย ให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัยของ Thailand ๔.๐ เพื่อให้สามารถช่วยชีวิตประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้อย่างมีคุณภาพมาตรฐาน

“โรคหัวใจสามารถเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานที่ และเป็น ๑ ใน ๕ โรค ที่คุกคามชีวิตประชาชน ซึ่งในเขตสุขภาพที่ ๙ (นครชัยบุรินทร์) จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๐- ๒๕๖๑ คิดเป็นร้อยละ ๙.๔๑ และ ๑๑.๗๒ ตามลำดับ ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนั้นประชาชนต้องหมั่นตรวจสุขภาพเป็นระยะ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเกิดจากการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน ถือเป็นปัจจัยพื้นที่ที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งประชาชนจะต้องดูแลสุขภาพตนเอง โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรออกกำลังกายด้วยการหักโหมจนเกินไป”นพ.ประพนธ์ กล่าว.

Cr..ธนภัทร ไชยศรีรัมย์ / รายงาน