หนุ่มบ้านด่านขโมยเหล็กผานรถไถนาขายหาเงินซื้อเบียร์ดื่มฉลองวันวาเลนไทน์ถูกจับยัดคุก

ตำรวจแคนดง ตามรวบหนุ่มบ้านด่าน หลังก่อเหตุขโมยโครงเหล็กผานรถไถนา ที่ชาวบ้านนำมาวางไว้เตรียมใช้ปรับหน้าดินไปขาย หาเงินซื้อเบียร์ดื่มฉลองวันวาเลนไทน์ ไม่รอดถูกจับยัดคุก

บุรีรัมย์ไทม์ /พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีหาจันทร์ รองผกก.สส.สภ.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกำลังชุดสืบสวนจับกุม นายสมเกียรติ ซึมรัมย์ อายุ ๓๑ ปี ชาว ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน ได้ที่บ้านพักในเขต อ.บ้านด่าน หลังรับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.หัวฝาย อ.แคนดง ว่าได้มีชาย ๒ คน ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีรถเข็นพ่วงท้าย ขโมยโครงเหล็กผานรถไถนาสำหรับดันดิน ของนายพร้อมพงศ์ อาศีลรัมย์ อายุ ๓๗ ปี ชาวบ้าน ต.หัวฝาย อ.แคนดง ที่ถอดวางไว้อยู่ท้ายหมู่บ้านไป และได้นำมาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ อ.บ้านด่าน ก่อนควบคุมตัวนายสมเกียรติ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แคนดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายสมเกียรติ กล่าวยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง โดยร่วมกับนายหนุ่ยไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ได้พูดคุยกันว่าอยากจะมีเงินมาซื้อเบียร์ ดื่มฉลองกันในวันวาเลนไทน์ แต่คิดไม่ออกว่าจะหาเงินมาด้วยวิธีไหนดี จึงพากันขับรถมอเตอร์ไซค์ ตระเวนเล่นไปตามหมู่บ้านต่างๆ กระทั่งเข้าเขต ต.หัวฝาย อ.แคนดง พบโครงเหล็กคานผานรถไถนา ถูกถอดทิ้งไว้ท้ายหมู่บ้าน จึงคิดว่าน่าจะเป็นโครงเหล็กเก่า ของชาวบ้านที่ไม่เอาแล้ว

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่าจึงพากันขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน เพื่อไปเอารถเข็นมาพ่วงท้าย ไปขนเอาโครงเหล็กผานรถไถนาดังกล่าว แล้วขนนำมาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าที่ อ.บ้านด่าน โดยชั่งได้น้ำหนัก ๒๐๐ กก. ได้เงินจำนวน ๑,๑๐๐ บาท ตนกับนายหนุ่มดีใจเป็นอย่างมาก ที่จะมีเงินซื้อเบียร์ดื่มฉลองในวันวาเลนไทน์นี้ จึงนำเงินที่ได้มาทั้งหมด ไปซื้อเบียร์และกับแกล้มมาดื่มฉลองกันเลย พอดื่มเสร็จตนกับนายหนุ่ย ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน หลังจากนั้นได้มีตำรวจเข้ามาหาตนที่บ้านพัก และจับกุมตนเองดังกล่าว

ด้านนายพร้อมพงศ์ บอกว่าตนเองเตรียมจะปรับพื้นที่นา เพื่อทำเล้าไก่ จึงเอาคานผานไถ มาวางไว้ที่ท้ายหมู่บ้าน เพียงแค่วันเดียวได้หายไป เพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาขโมย เพราะมีน้ำหนักถึง ๒๐๐ กก. ซึ่งตอนนี้รู้สึกดีใจมาก ที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ และได้คานผานรถไถมาคืน เพราะถ้าซื้อใหม่มีราคาสูงเกือบ ๒๐,๐๐๐ บาท

ขณะที่ พ.ต.ท ศุภชัย กล่าวว่าตำรวจทราบตัวนายหนุ่ยแล้ว และจะทำการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป ในข้อหา ร่วมกันก่อเหตุทรัพย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร ที่ผู้เสียหายมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม โดยกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์ที่ถูกลักนั้นไป มีความผิดตาม ปอ.ม.๓๓๕ฯ

“อยากจะฝากถึงเกษตรกร ให้เก็บเครื่องมือการเกษตรไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อที่จะไม่ล่อตาล่อใจคนร้าย โดยเฉพาะหน้าแล้ง หรือช่วงที่จะมีการทำการเกษตร มักจะมีคนร้ายตระเวนก่อเหตุ ขโมยเครื่องจักรกลทางการเกษตร”พ.ต.ท.ศุภชัย กล่าว.

Cr..วันชัย ผิวอร่าม / รายงาน