บุรีรัมย์ส่อวิกฤต!ค่าฝุ่นละอองPM 2.5พุ่งเฉียด200ไมโครกรัม

“ธีรวัฒน์”เผยบุรีรัมย์ส่อวิกฤต พบค่าฝุ่นละออง PM 2.5พุ่งเฉียด200 ไมโครกรัม ระดมสองทุกภาคส่วนวางมาตรการป้องกันเข้มงวด ลั่นหากพบเห็นการเผาให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 15 ก.พ.62 ที่หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์(เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการประชุมมอบแนวทางมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อร่วมกันหารือ เฝ้าระวัง และกำหนดมาตรการ หาคนที่กระทำผิดจากการเผาทุกชนิด มาลงโทษอย่างเด็ดขาด โดยมีส่วนราชการทุกภาคส่วนทั้ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ อปพร.จากทั้ง 23 อำเภอเข้าร่วม

ด้านนายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ติดตามสถานการณ์หมอกควันฝุ่นละอองพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยง ที่จะมีค่าสูงเกินมาตรฐานหากไม่มีการควบคุมจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ด้วยความเป็นห่วงทางจังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้มีการออกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม และห้ามมีการลักลอบเผาป่า ไร่อ้อย ตอซังข้าว วัชพืช และขยะมูลฝอย เด็ดขาดหากมีผู้หนึ่งผู้ใด หรือคนหนึ่งคนใดฝ่าผืน จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทุกราย

“ตอนนี้สถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนหน้านี้ถือว่าอยู่ในระดับสูง 70-80 กว่าไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร แต่กลับพบว่าในวันนี้ค่าของฝุ่นละออง มีค่าพุ่งสูงขึ้นเกือบ 200 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเป็นค่าฝุ่นละอองที่สูง ดังนั้นทุกภาคส่วน และประชาชนต้องช่วยกัน หลีกเลี่ยงงดการเผา หรือการสร้างให้เกิดค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นอีก”นายธีรวัฒน์ กล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่าการเผาทุกกรณีถ้าลุกลามเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ป่า ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 150,000 บาท จำคุกสูงสุด 15 ปี ส่วนมาตรการด้านอื่นๆ มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปรณรงค์ สร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจแก่ประชาชน ในพื้นที่ให้งดการเผา หรืองดกิจกรรมที่ทำให้เกิดควันและฝุ่นละอองในอากาศ เข้มงวดกวดขันผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ให้ควบคุมการผลิตจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดค่ามาตรฐาน ฝุ่นละอองโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการก่อสร้างต่างๆ ต้องไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้ตำรวจและขนส่งจังหวัด เข้มงวดตรวจจับยานพาหนะที่ปล่อยควันดำ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดทั้งแนะนำการปฏิบัติตนและการดูแลสุขภาพอนามัย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถบรรเทาเบาบางปัญหาฝุ่นละอองในอากาศที่เป็นอันตรายสุขภาพของประชาชนลงได้ และคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะดีขึ้น

Cr..สุรนาท เฉยกลาง / รายงาน