“ร.ร.วัดหนองกระทุ่ม”จัดหลักสูตรอนุรักษ์การทอผ้าซิ่นตีนแดง

“โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม”จัดหลักสูตรท้องถิ่น

อนุรักษ์การทอผ้าซิ่นตีนแดงลายเอกลักษณ์บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ไทม์ / จ.บุรีรัมย์ ถือเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยผ้าซิ่นตีนแดง ถือเป็นผ้าไหม ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของ จ.บุรีรัมย์ ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ แต่ละปีจะมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง ของผลิตภัณฑ์โอทอปในจังหวัด ที่มีอยู่กว่า ๑,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์ อีกทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ยังได้รับการขึ้นทะเบียน และได้รับอนุญาตจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็นสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย “จีไอ” แล้ว

โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์(สพป.บุรีรัมย์) เขต ๑ ได้จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น ๑๙๕ คน และเป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล โดยในช่วงปีการศึกษา ๒๕๕๙-๒๕๖๐ โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ได้ส่งผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ เรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายของท้องถิ่น เนื่องจากในหมู่บ้านหนองกระทุ่ม และบ้านห้วยตะเคียน ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการของโรงเรียน ได้มีการนำผ้าซิ่นตีนแดงใช้เป็นเครื่องแต่งกายเป็นจำนวนมาก

ต่อมาคณะครูและนักเรียน จึงได้เริ่มแต่งกายด้วยผ้าไหมที่มีอยู่ในชุมชน คือ ครูผู้หญิงกับนักเรียนหญิงใช้ผ้าซิ่นตีนแดง ส่วนครูผู้ชายและนักเรียนชายนุ่งโสร่ง ต่อมาในปีการศึกษา ๒๕๖๑ ได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น  “การทอซิ่นตีนแดง” โดยนำตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางมาตรวจสอบดูว่า การทอผ้าซิ่นตีนแดง สามารถที่จะดำเนินการจากชั้นใดได้บ้าง จากนั้นจึงพานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ออกไปแหล่งเรียนรู้ในชุมชน  เพื่อศึกษาเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น “การทอซิ่นตีนแดง” ของโรงเรียน

นางจิรันธนิน ขันติโชติบริบูรณ์  ครูผู้สอนโรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการหลักสูตรท้องถิ่น “การทอซิ่นตีนแดง” กล่าวว่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียน และบ้านห้วยตะเคียน ซึ่งเป็นพื้นที่เขตให้บริการของโรงเรียน ได้มีการสืบทอดการทอผ้าไหมซิ่นตีนแดงมาอย่างยาวนาน แต่กลับพบว่าผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีความรู้ความสารมารถด้านการทอผ้าซิ่นตีนแดง ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น มีอยู่เพียง ๓ คน และมีเพียง ๑ คน เท่านั้นที่ยังทอผ้าไหมอยู่ แต่เพราะด้วยปัญหาทางระบบสายตา ทำให้มองเส้นด้าย ได้ไม่ชัดเจน จึงต้องเปลี่ยนจากการทอซิ่นตีนแดงแล้ว แต่เป็นการทอผ้าถุง ผ้าขาวม้า ผ้าโสร่งแทน

นางจิรันธนิน กล่าวต่อว่าหลังจากทางโรงเรียนฯ ได้จัดทำหลักสูตรดังกล่าว เมื่อพานักเรียนไปศึกษาจริงยังชุมชน ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางตรงแล้ว ทำให้โรงเรียนได้เห็นปัญหาต่างๆ และได้มีการนำมาแก้ไข เพื่อให้นักเรียนในทุกระดับชั้น ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้  และฝึกปฎิบัติการทอผ้าด้วยตนเอง ทั้งยังให้นักเรียนได้ร่วมอนุรักษ์ผ้าซิ่นตีนแดงอย่างต่อเนื่อง โดยให้นักเรียนทุกระดับชั้น นุ่งผ้าซิ่นตีนแดงในทุกวันอังคาร ตามนโยบายของ จ.บุรีรัมย์ ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษา ให้รู้เรียนเนื้อหา ๔ เรื่อง โดยเป็นการเรียนรู้แบบโครงงานเวลา ๖ ชั่วโมง ได้แก่

ประวัติความเป็นมาของการทอผ้า “ซิ่นตีนแดงแห่งหนองกระทุ่ม” ,การไปแหล่งเรียนรู้เพื่อรู้จักวัสดุอุปกรณ์การทอผ้าซิ่นตีนแดง, การไปแหล่งเรียนรู้เพื่อดูขั้นตอนและวิธีการทอผ้าซิ่นตีนแดง  และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และนุ่งผ้าซิ่นตีนแดงทุกวันอังคาร สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้เรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม กอท. เวลา ๒๐ ชั่วโมง ประกอบด้วยเนื้อหา ๕ เรื่อง ได้แก่ ประวัติความเป็นมาของการทอผ้า “ซิ่นตีนแดงแห่งหนองกระทุ่ม”


การไปแหล่งเรียนรู้เพื่อรู้จักวัสดุอุปกรณ์ และการเลือกซื้อด้าย การเลือกลวดลายการทอผ้าซิ่นตีนแดงที่ตนพอใจ ดูขั้นตอนและวิธีการทอผ้าซิ่นตีนแดง  ฝึกทุกขั้นตอนและทอผ้าซิ่นตีนแดงได้ด้วยวิธีการทอแบบ “ทอมือ”  ไม่ใช่การทอ “แบบกี่กระตุก” ซึ่งการทอมือ เนื้อผ้าจะแน่น และมีความหนา ลวดลายของมัดหมี่จะสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาด การจัดจำหน่าย การคิดต้นทุน กำไร การค้าในสังคมออนไลน์ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และนุ่งซิ่นตีนแดงทุกวันอังคารด้วย

            ด้านนายถนอม มะธิปิไขย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม กล่าวว่า หลังทางโรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น “การทอซิ่นตีนแดง” และได้นำนักเรียนในทุกระดับชั้นเข้ามาศึกษาเรียนรู้จริงยังชุมชนแล้ว ทำให้คนในชุมชนห้วงอายุระหว่าง ๔๕-๖๐ ปีกว่าร้อยละ ๖๐ หันมาให้ความสนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ และร่วมสืบสานการทอผ้าซิ่นตีนแดงให้คงอยู่ไว้คู่ชุมชน แต่เป็นการนำเอาด้ายที่มีการมัดลายหมี่สำเร็จรูป มาทอเพื่อใช้ในครัวเรือน และไว้แจกลูกหลานที่มาเยี่ยมเยือน รวมทั้งนำไปช่วยงานบุญของชุมชนในโอกาสต่างๆ  เช่น งานบวชนาค งานกฐินสามัคคี งานผ้าป่าสามัคคี งานทำบุญกระดูก เพื่อนำไปเป็นรางวัลการโปรยทาน และไว้ให้ลูกหลานนำไว้สวมใส่ ตอนไปทำบุญที่วัด และร่วมงานกิจกรรมต่างๆของชุมชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ผ้าซิ่นตีนแดงให้คงอยู่คู่ชุมชน

การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น การทอผ้าซิ่นตีนแดง โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ทำให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถ ในการทอผ้าซิ่นตีนแดง รู้จักการบริหารจัดการ การตลาด การจำหน่าย นักเรียนที่สนใจสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยการทอผ้าเพื่อสร้างรายได้เสริมในครัวเรือน โดยเฉพาะนักเรียนที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่ยังไม่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น สามารถยึดอาชีพการทอผ้าซิ่นตีนแดง เพื่อการดำรงชีวิตได้ เพื่อไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านตนเองไปอาศัยอยู่ที่อื่น ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สืบทอด การทอผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าไหมลายเอกลักษณ์เด่น ของท้องถิ่นและ จ.บุรีรัมย์ ให้คงอยู่สืบไป

Cr..ศากุน ศิริพานิช / รายงาน..