“เรือมตร๊ด”หรือตรุษสงกรานต์ประเพณีท้องถิ่นชาวไทยเชื้อสายเขมร

ชาวบ้าน ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ จัดเรือมตร๊ด หรือการรำตรุษสงกรานต์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นการละเล่นโบราณที่มีสืบทอดมาอย่างยาวนาน มีให้เห็นเฉพาะแถบอีสานใต้ บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของถิ่น ของชาวไทยเชื้อสายเขมรให้คงอยู่ไว้ 

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 13 เม.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีตัวแทนชาวบ้านโคกตะเคียน หมู่ที่ 7 และชาวบ้านสะเดา หมู่ที่ 1,9 และหมู่ที่ 12 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 คน แต่งกายด้วยผ้าไหมพื้นเมือง และสวมใส่เสื้อลายดอกสีสันต่างๆ ได้พากันออกเดินร่ายรำ “เรือมตร๊ด” (อ่านว่า-เรือม-ตะ-หรด) หรือภาษาไทยเรียกว่า ตรุษสงกรานต์ไปตามหมู่บ้านต่างๆในเขตพื้นที่ ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์

โดยคณะเรือมตร๊ด จะเป็นตัวแทนของชาวบ้านทั้งชายและหญิง ที่แต่งกายด้วยผ้าพื้นเมือง และผ้าสีสันลายดอก เพื่อบ่งบอกถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว นำกลอง 1 หรือ 2 ใบ ไว้สำหรับตีประกอบจังหวะ การร้องเพลง และการร่ายรำของคณะเรือมตร๊ด พร้อมได้มีการนำพระพุทธรูป ใส่ขันหรือพานไปด้วย เพื่อขอรับบริจาคปัจจัย จากประชาชนตามบ้านเรือนต่างๆ ที่คณะเรือมตร๊ดผ่านไปถึง

ซึ่งชาวบ้านจะมีการนำเงิน มาใส่ขันหรือพานที่ใส่พระพุทธรูป แล้วนำน้ำดื่ม น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ รวมถึงอาหารคาว หวาน แล้วแต่ความพร้อม หรือความศรัทธาของบ้านหลังนั้นๆ มาเลี้ยงต้อนรับคณะเรือมตร๊ดด้วย จากนั้นคณะเรือมตร๊ด จะทำการร่ายรำประกอบจังหวะของกลอง และเสียงร้องเพลงเป็นภาษาเขมร ที่กล่าวถึงวัฒนธรรมประเพณี สภาพดินฟ้าอากาศ วิถีการทำการเกษตร และสภาพสังคม โดยระหว่างนั้นเจ้าของบ้านจะนำน้ำสะอาด มาสาดใส่คณะเรือมตร๊ด ที่กำลังร่ายรำอยู่ และนำแป้งฝุ่นมาปะแป้งให้กับผู้ร่ายรำ เพื่อให้ความชุ่มชื้น เย็นสบาย จนจบ 1 เพลง แล้วลาจากไป เพื่อเดินร้องร่ายรำไปยังบ้านเรือนหลังต่างๆต่อไป

นายธนกร กำประโคน อายุ 53 ปี กลุ่มชาวบ้านเรือมตรด บ้านโคกตะเคียน หมู่ที่ 7 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่าการเรือมตร๊ด หรือการรำตรุษสงกรานต์ ถือเป็นวัฒนธรรมการละเล่นของชาวไทยเชื้อสายเขมร ที่มีมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันปี โดยจะนิยมจะนิยมเล่นกันในช่วงสงกรานต์ ของทุกปี ที่ชาวไทยเชื้อสายเขมรเรียกว่า “แคแจ๊ต”ซึ่งการเรือมตร๊ดนี้ จะมีให้พบเห็นเฉพาะแถบ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ที่พูดภาษาถิ่นไทย-เขมรเท่านั้น โดยเนื้อหาคำร้องทำนอง อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพของท้องถิ่น แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือ เพื่อเป็นการอนุรักษ์กิจกรรมการละเล่น ของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี อันดีงามของท้องถิ่นชาวไทยเชื้อสายเขมรให้คงอยู่ไว้ และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบ เพื่อจะได้ไม่หายสาบสูญไปกับกาลเวลา รวมถึงเพื่อให้พืชผลทางการเกษตรที่จะเพาะปลูกในฤดูกาลที่จะถึงมีความอุดมสมบูรณ์ ส่วนเงินที่ได้จากการเรี่ยไร จะนำไปมอบถวายวัด เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และบางส่วนนำมาใช้พัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคในชุมชน

Cr..ธีรยุทธ ชำนาญกอง / รายงาน