กอช.ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย บุกอีสานขับเคลื่อนการออม

กอช. จับมือมหาดไทย ขับเคลื่อนวินัยการออม แก่ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้นำท้องถิ่นในภาคอีสานที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านการเงิน ให้ประชาชนได้มีเงินบำนาญใช้หลังอายุ 60 ปี ตามสิทธิสวัสดิการบำนาญจากรัฐบาล

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 23 เม.ย.62 ที่หอประชุมวิชชาอัตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายกฤษณ์ รอดประชา ผู้ช่วยเลขาธิการ กองทุนการออมแห่งชาติ ,นายวริศธิ์นันย์ เสือทอง ผู้อำนวยการ สำนักบริหารงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง, นางสำรวย โล่นารายณ์ คณะกรรมการ ซึ่งเป็นสมาชิกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นางมุกดา อินตะสาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสวัสดิการชุมชน ร่วมบรรยายให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการสมัครสมาชิก และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ จากกองทุนการออมแห่งชาติ ในการจัดประชุมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช. ในระดับพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ 25-27 คือ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการส่งเสริมวินัยการออมในทั่วทุกพื้นที่ โดยมีนายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลูกจ้าง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากทั้ง 23 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน

นายดำรงชัย ระบุว่ากระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) ได้วางทิศทางและกรอบการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย การส่งเสริมวินัยการออม ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม 1 ใน 11 ด้าน ของการปฏิรูปประเทศ ที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เพื่อสร้างความมั่นคงของผู้สูงวัย ให้มีรายได้ที่พอเพียง เมื่อถึงวัยเกษียณ ซึ่งประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ตั้งแต่ปี 2560 ที่ได้ดำเนินการให้ความรู้ด้านการออม พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการออมเงินกับ กอช. โดยให้ความสำคัญกับบุคลากรในส่วนราชการ หรือหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ได้รับสวัสดิการเรื่องบำนาญ เพื่อจะได้มีเงินเพียงพอ สำหรับใช้ดำรงชีพในยามเกษียณ และร่วมผลักดันการส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช. ให้เกิดผลสำเร็จขึ้นในทุกพื้นที่ทั้ง 31 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไป

ด้าน ผู้ช่วยเลขาธิการ กองทุนการออมแห่งชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ขับเคลื่อนส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในการวางแผนการเงิน เพื่อเสริมสร้างวินัยในการออมครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการวางแผนการเงิน และตระหนักถึงการออมเงิน เพื่อไว้ใช้ในวัยเกษียณหลังอายุ 60 ปี แก่ผู้นำในจังหวัด ทั้งนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลูกจ้าง อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น เพื่อให้ผู้นำทั้งหลายได้นำความรู้ จากการประชุมไปเผยแพร่และบอกต่อ ให้กับลูกบ้านหรือคนในชุมชน ได้ตระหนักถึงการวางแผนทางการเงินในยามแก่เฒ่า โดยการลงพื้นที่ขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นจังหวัดที่ 25-27 ในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อเป็นการขยายการรับรู้ สำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึง ระบบการออม ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน เงินสมทบตามช่วงอายุ ให้ได้มีสวัสดิการและเงินบำนาญ ไว้ใช้ดำรงชีพในยามเกษียณ ตลอดจนเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพด้านการจัดสวัสดิการพื้นฐานของรัฐที่จะนำไปสู่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม

ผู้ช่วยเลขาธิการ กองทุนการออมแห่งชาติ  เปิดเผยต่อไปว่าสำหรับผู้ที่สนใจสมัครสมาชิก กอช. จะต้องมีอายุระหว่าง 15-60 ปี เป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ นักเรียน นิสิตและนักศึกษา ที่ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33, มาตรา 39, มาตรา 40 ทางเลือก 2, มาตรา 40 ทางเลือก 3 ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และไม่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่สามารถใช้สิทธิ์ในการสมัครเป็นสมาชิก กอช. ซึ่งจะได้เติมเต็มเงินออมหลังเกษียณเป็นรายเดือน เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางการเงิน

ทั้งนี้ กอช. ยังมีช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกและผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “กอช” เพื่อสมัครสมาชิก ดูข้อมูลบัญชีเงินออม และใช้ตรวจสอบสิทธิการสมัครสมาชิกได้ทั้งระบบ iOS และ Android หรือที่ www.nsf.or.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนเงินออม  02 049 9000 โดยสามารถติดต่อสมัครสมาชิกและรับบริการอื่นๆ ของ กอช. ได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ ธนาคาร ธ.ก.ส. ธอส. ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทยทุกสาขา รวมทั้งสำนักงานคลังจังหวัด สถาบันการเงินชุมชน และเครือข่ายรับสมัครทั่วประเทศ

Cr..พงศ์อมร ภัคนันท์เวทย์ / รายงาน