ด.ช.วัย8ขวบถูกกระแสไฟรั้วลวดหนามกั้นเขตไร่มันสำปะหลังช็อตดับอนาถคาที่

ด.ช.วัย 8 ขวบ เดินเล่นทุ่งนาหมู่บ้าน ถูกรั้วลวดหนามที่ปล่อยกระแสไฟ กั้นไร่มันสำปะหลังช็อตเสียชีวิตคาที่ ขณะเจ้าของไร่มันเผยล้อมลวดหนามต่อไฟไว้ ป้องกันไม่ให้วัวควาย เข้ามากัดกินทำลายมันฯที่ปลูกไว้

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวานนี้(24 เม.ย.2562) ร.ต.อ.พนัส โกรดประโคน ร้อยเวร(สอบสวน) สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุเด็กถูกไฟช็อตเสียชีวิต อยู่ข้างไร่มันสำปะหลัง บ้านเขว้า ม.2 ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติ และหน่วยกู้ชีพ รีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นไร่มันสำปะหลังเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ในหมู่บ้านเข้วา ม.2 ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ อยู่หลังบ้านเลขที่ 34 ม.2 บ้านเข้วา ต.อิสาณเขต ของนายธนภัทร ไขรัมย์ อายุ 46 ปี พบร่าง ด.ช.ปฏิภาณ ขนอม อายุ 8 ปี นอนหงายอยู่บนคันนา สวมเสื้อยืดคอปกลายแดง ขาว ดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่ได้ใส่รองเท้า อยู่ข้างรั้วลวดหนามที่กั้นเขตไร่มันสำปะหลัง โดยมีนางญวน ฉิมชาติ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ม.2 บ้านเขว้า ต.อิสาณเขต ซึ่งเป็นยายของ ด.ช.ปฏิภาณ นั่งร้องไห้อยู่ข้างศพหลานชาย ตรวจสอบตามร่างกาย ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผล จากการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ด.ช.ปฏิภาณ อาจจะถูกกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยมากับรั้วลวดหนามช็อตจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ก่อนจะมอบร่างให้ญาตนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

สอบถามยายของเด็กที่เสียชีวิต เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ตนได้เลี้ยง ด.ช.ปฏิภาณ มาตั้งแต่เกิด เนื่องจากพ่อแม่ได้แยกทางกัน โดยแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาส่งเสียให้ตนเป็นผู้เลี้ยงดู ซึ่งหลานของตนเป็นเด็กออทิสติก สมาธิสั้น จึงไม่ได้ให้ไปเรียนหนังสือ ตนต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ปีนี้อายุ 8 ขวบแล้ว หลานเริ่มหัดพูดบางเพียงคำเท่านั้น โดยวันเกิดเหตุหลานได้นั่งเล่นบริเวณข้างบ้านตามปกติ จากนั้นตนได้ละสายตาจากหลานไปหุงข้าว ผ่านไปประมาณ 15 นาที ก็มีคนมาตะโกนบอกว่าหลานถูกไฟช็อตตายแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้นตนถึงกับเข่าอ่อน เพราะคิดไม่ถึงว่าหลานจะถูกไฟช็อตตายดังกล่าว เพราะหลานไม่เคยไปเล่นแถวทุ่งนาบริเวณที่เกิดเหตุนี้มาก่อนเลย ซึ่งคิดว่าหลานคงจะเดินเล่นเพลินไปเรื่อยเปื่อย แล้วอาจยื่นมือไปจับรั้วลวดหนามที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ จึงทำให้ถูกไฟช็อตตายดังกล่าว ซึ่งตนยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า รั้วลวดหนามนี้มีการปล่อยกระแสไฟ และเพิ่งมารู้ตอนเกิดเหตุกับหลานครั้งนี้             

ด้านสอบถามนายสุรศุกดิ์ ไขรัมย์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.2 บ้านเขว้า ต.อีสานเขต ซึ่งเป็นน้องชายเจ้าของไร่ และเป็นผู้พบศพเป็นคนแรก บอกว่าตนกำลังจะขับรถไถไปนา พอขับผ่านมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้มองเห็นเด็กชายนอนหงายอยู่บนคันนา มือขวากำรั้วลวดหนามไว้แน่น จึงรีบวิ่งไปดูและแกะมือเด็กออก ระหว่างนั้นตนยังรู้สึกถึงกระแสไฟที่นิ้วของเด็ก ผ่านมาที่มือตนขณะช่วย โชคดีที่ตนใส่รองเท้าทำให้กระแสไฟไม่ครบวงจร จึงมีกระแสไฟไม่เต็มพอที่จะดูดตน สังเกตดูว่าเด็กชายไม่ได้ใส่รองเท้า และพื้นดินมีความชื้น ทำให้ง่ายต่อการถูกกระแสไฟฟ้าช็อต

ขณะที่นายธนภัทร ไขรัมย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.2 บ้านเขว้า ต.อีสานเขต เจ้าของไร่มันสำปะหลัง บอกว่าไร่มันสำปะหลังดังกล่าว เป็นของตนเองที่ปลูกไว้บริเวณหลังบ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ตนทดลองปลูกมันฯ เพราะเห็นว่าหมดจากฤดูทำนา จึงไม่อยากปล่อยพื้นที่นาให้รกร้างว่างเปล่า จึงได้ทดลองปลูกมันฯ โดยปลูกมาได้ 3 เดือนแล้ว และอีกไม่นานกำลังจะได้กูมันฯ ทั้งเกรงว่าอาจจะมีวัวควายของชาวบ้านมากินใบมันฯ หรือเหยียบย่ำไร่มันฯจนทำให้เกิดความเสียหาย ตนจึงได้ต่อกระแสไฟผ่านเส้นลวดหนามกั้นโดยรอบพื้นที่ปลูกมันฯ พร้อมกับผูกพลาสติกสีขาวไว้ เพื่อแสดงเขตกั้น หากวัวควายมาโดนลวดหนามจะถูกไฟช็อต แล้วมันจะจำและไม่กล้าเข้ามาใกล้รั้วอีก โดยตนจะเปิดกระแสไฟไว้เฉพาะช่วงเช้า ที่ชาวบ้านปล่อยวัวควายเข้านาไปกินหญ้าตามทุ่งนาช่วงเช้า กับช่วงเย็นที่ชาวบ้านต้อนวัวควายกลับเข้าคอก แต่ไม่คิดว่าจะมีคนมาถูกไฟช็อตจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะน้องที่ถูกไฟช็อตเสียชีวิต ก็เป็นเพื่อนบ้านกัน และบ้านก็อยู่ใกล้กันด้วย ซึ่งตนยังเคยหยอกล้อกับน้องเป็นประจำ เพราะมีอายุไล่เลี่ยกับลูกของตน

ทั้งนี้ในเบื้องต้นตำรวจ ได้แจ้งกล่าวข้อหากับ นายธนภัทร ว่าทำร้ายผู้อื่น ปล่อยกระแสไฟฟ้าให้คนมาสัมผัสไฟฟ้าดูดเป็นเหตุ ให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 290 ฆ่าคนโดยไม่มีเจตนา ขณะเดียวกันที่บ้านของ ด.ช.ปฏิภาณ ที่เสียชีวิต ทางครอบครัวได้นำร่างมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าของญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วมงาน.

Cr..ธีรยุทธ ชำนาญกอง /รายงาน