เรือนจำบุรีรัมย์จัดพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษล็อตแรก๑๑๐คน

เรือนจำบุรีรัมย์ ปล่อยตัวผู้ต้องขัง ๑๑๐ คน เป็นชาย ๙๖ หญิง ๑๔ คน ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ 

                บุรีรัมย์ไทม์ / ผู้สื่อข่าวายงานว่า เมื่อวันที่ ๑๖ พ.ค.๖๒ ที่ เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายชนานิติ วุฒิชัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ และมอบใบประกาศปล่อยตัว ผู้ที่ได้รับอภัยโทษจำนวน ๑๑๐ คน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ ประกอบด้วย นักโทษเด็ดขาดชาย ๙๖ คน และนักโทษเด็ดขาดหญิง ๑๔ คน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นสักขีพยาน และครอบครัวของผู้ที่ได้รับการอภัยโทษ เดินทางมาต้อนรับ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น

ทั้งนี้ทันทีที่ผู้ที่ได้รับการอภัยโทษ ผ่านการตรวจสอบเอกสาร และเดินออกจากประตูเรือนจำ ต่างโผเข้ากอดญาติด้วยความดีใจ ที่ได้รับอิสภาพไปใช้ชีวิตตามปกติ และต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษราชทัณฑ์ ที่มีความประพฤติดี ให้ได้รับการปล่อยตัว และลดหย่อนผ่อนโทษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

นายวิเชาว์ สมัครธรรม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับอภัยโทษครั้งนี้ ทางเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการอบรม ฝึกวิชาชีพเตรียมความปล่อยตัว เพื่อให้ออกไปแล้วสามารถประกอบอาชีพ หาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างสุจริต เพื่อจะได้ไม่ต้องตกเป็นภาระแก่สังคม และไม่หวนกลับมากระทำผิดกฎหมายอีก เป็นไปตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์

“วันนี้เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับการอภัยโทษประมาณ ๔๐๐ คน ในวันนี้เป็นการปล่อยตัวในรอบแรก ๑๑๐ คน ส่วนที่เหลือต้องผ่านคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง ภายในสัปดาห์หน้า แต่จะแล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ถึงจะได้ทำการดำเนินการปล่อยตัวคืนสู่สังคมอีก” ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าว

นายวิเชาว์ เปิดเผยอีกว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว นอกจากจะมีการฝึกอบรมอาชีพแล้ว ยังมีบริการแจ้งความประสงค์จัดหางานให้ ส่วนผู้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทางเรือนจำก็จะช่วยเหลือ มีบริการไปส่งที่สถานีรถไฟ สถานีขนส่งหรือ บขส. หากคนไหนเจ็บป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทางเรือนจำจะจัดพาหนะไปส่งถึงบ้าน ส่วนหลังจากนั้นก็จะมีการติดตาม ว่าคนเหล่านี้ได้ไปประกอบอาชีพอะไร และเป็นอาชีพที่สุจริตหรือไม่ ซึ่งหากผู้ได้รับการอภัยโทษประกอบอาชีพที่สุจริต สามารถยื่นคำร้องของรับเงินทุนประกอบอาชีพไปตั้งต้นชีวิตใหม่ได้.

Cr..ดำรง โค่นถอน  /รายงาน.