คณะสงฆ์บุรีรัมย์จัดอบรมพระภิกษุเพื่อแต่งตั้งเป็นพระสังฆาธิการ

สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดอบรมพระภิกษุเพื่อแต่งตั้งเป็นพระสังฆาธิการประจำปี ๒๕๖๒ รุ่นที่ ๑๘ เพื่อจะได้ปฎิบัติหน้าที่พระสังฆาธิการ สนองงานกิจการของสงฆ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป                บุรีรัมย์ไทม์ / ที่วัดกลาง(พระอารามหลวง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พระเทพปริยัตยาจารย์  เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมพระภิกษุเพื่อแต่งตั้งเป็นพระสังฆาธิการประจำปี 2562 รุ่นที่ 18 ของคณะสงฆ์จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นเพื่อให้พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบล ,เจ้าอาวาส ,รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วย เจ้าอาวาส             ได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนได้อย่างถูกต้อง และเพื่อให้พระสังฆาธิการระดับฯ สามารถปฏิบัติหน้าที่สนองงานกิจการคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน คืองานด้านการปกครอง ,การศึกษา ,การเผยแผ่ ,การสาธารณูปการ,  การศึกษาสงเคราะห์ และการสาธารณสงเคราะห์  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเพื่อให้พระสังฆาธิการฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสนอปัญหา เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขและการป้องกันปัญหาสังคมร่วมกัน โดยมีเจ้าคณะตำบล 31 รูป ,รองเจ้าคณะตำบล 8 รูป ,เจ้าอาวาส 54 รูป ,ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 28 รูป และพระครูพระปริยัติธรรม 8 รูป รวมทั้งสิ้น 129 รูปเข้าร่วมโครงการ                พระมงคลสุตกิจ  เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่าโครงการฝึกอบรมพระภิกษุ เพื่อแต่งตั้งเป็นพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบล ,รองเจ้าคณะตำบล , เจ้าอาวาส , รองเจ้าอาวาส, ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และพระครูสอนพระปริยัติธรรม ถือเป็นโครงการหนึ่งของการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีพระเทพปริยัตยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประมุขสงฆ์ ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และประโยชน์ที่จะได้รับจากการอบรมครั้งนี้ โดยได้ใช้หลักสูตรการจัดถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการฯ เป็นหลักสูตรที่มหาเถรสมาคมให้ความเห็นชอบตาม มติครั้งที่ 10/2548 เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2548               พระมงคลสุตกิจ  เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวต่อว่าสำหรับการจัดอบรมพระสังฆาธิการ รุ่นที่ 18 นี้ รวมระยะเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 มิ.ย.62 ซึ่งเมื่อพระสังฆาธิการฯผ่านหลักสูตรการอบรมแล้ว จะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติหน้าที่สนองงานกิจการคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน จะเกิดความสามัคคี และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มพระสังฆาธิการฯ สามารถร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาในการสนองงานคณะสงฆ์ของพระสังฆาธิการฯ ในการสืบทอดทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป.

Cr..สยาม ชุมสิงห์ / รายงาน