หนุ่มโคราชอ้างเป็นตำรวจชุดยาเสพติดบุรีรัมย์เรียกเงิน5หมื่นปิดคดี

หนุ่มวัย 35 ชาวโคราช อ่านข่าวตำรวจจับยาเสพติด ปิ๊งไอเดียหลอกหาเงิน ค้นหาข้อมูลญาติผู้ต้องหาทางอินเตอร์เน็ต ก่อนก๊อปปี้เนื้อข่าวมาทำบันทึกจับกุมปลอมส่งให้ญาติ พร้อมโทรกำชับ อ้างเป็นตำรวจชุดยาเสพติดบุรีรัมย์ เรียกเงิน 50,000 บาทช่วยวิ่งเต้นพ้นคดีได้ ญาติหลงกลโอนให้ 30,000 บาท ส่วนที่เหลือนำมามอบให้กับมือตำรวจถึงโรงพักจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ตำรวจตามรวบทันควัน อ้างเพิ่งทำครั้งแรก

บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 28 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ไชยา แก้วยก สารวัตร(สอบสวน)สภ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นำตัวนายชนะกันต์ หรือต้อม ดาวสันเทียะ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 5 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มาทำการสอบสวนในคดีตามข้อกฎหมายมาตรา 269/5 “ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) ติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตตัวเมือง จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้หลังจากสืบทราบว่า นายชนะกันต์ หรือต้อม ได้ใช้ทั้งโทรศัพท์โทรติดต่อ การส่งข้อมูลทางไลน์ใช้ไลน์ว่า “กอ.รมน. และโทรสารส่งบันทึกจับกุมที่จัดทำปลอมขึ้นมา ส่งให้ญาติผู้ต้องขัง พร้อมพูดจาหว่านล้อมต่างๆนานา ว่าจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้ต้องหารอดพ้นจากคดีได้ แต่จะต้องมีค่าดำเนินการเป็นเงิน 50,000 บาท ญาติของผู้ต้องหาจึงหลงเชื่อได้โอนเงินสด 30,000 บาทมาให้ก่อน ส่วนที่เหลือนัดจ่ายกันภายหลัง

กระทั่งเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ญาติของผู้ต้องขังในคดียาเสพติด ได้นำเงินสดจำนวน 20,000 บาท มามอบให้ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ จึงทราบว่าญาติของผู้ต้องขังคดียาเสพติดถูกหลอก ตำรวจ ชป.ปส.ฯจึงได้แนะนำให้ญาติฯ ไปแจ้งร้องทุกข์ดำเนินคดีกับร้อยเวร สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก่อนที่ตำรวจ ชป.ปส.ฯจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เนื่องจากเป็นพฤติกรรม ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานและชุดจับกุม จึงได้เร่งติดตามตัว นายชนะกันต์ หรือต้อม ซึ่งเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมหลอกลวงดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

นายชนะกันต์ หรือต้อม ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นคนโทรศัพท์แอบอ้างเป็นตำรวจจริง พร้อมให้การว่าตนเองเล่นอินเตอร์เน็ตกับโทรศัพท์ ได้เห็นข่าวการจับกุมคดียาเสพติด จากเว็ปไซด์และเพจข่าวต่างๆ จึงทำการคัดลอกข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุม พร้อมค้นหาข้อมูลของญาติผู้ต้องหาและตำรวจทางกูเกิล จนทราบเบอร์ ที่อยู่ของญาติผู้ต้องหา ก่อนจะโทรศัพท์ไปแอบอ้างว่าเป็นตำรวจชุดยาเสพติดที่จับกุม ว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ แต่จะต้องจ่ายค่าดำเนินการ โดยใช้บัญชีธนาคารของเพื่อนน้องสาว ที่ฝากไว้ให้น้องสาวมานานแล้ว ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำ ส่วนเงินที่ได้รับโอนได้เอามามอบให้ตำรวจไว้แล้ว 10,000 บาท ที่เหลือจะใช้คืนให้จนครบจำนวน 50,000 บาท

ด้าน พ.ต.ท.สมยศ พื้นชัยภูมิ หัวหน้าศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ศอ.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) ระบุว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่หน่วยงานตำรวจ และชุดจับกุม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเร่งทำการสืบสวนข้อเท็จจริง กระทั่งสืบทราบรู้ตัวบุคคลที่ก่อเหตุและติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อว่า นายชนะกันต์ หรือต้อม จะเพิ่งลงมือก่อเหตุนี้เป็นครั้งแรก เพราะจากการสืบสวนเชิงลึกทราบว่า นายชนะกันต์ หรือต้อม มักจะชอบแอบอ้างตนเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งทหาร และตำรวจ ทั้งยังแต่งกายเลียนแบบให้คล้ายกับทหารและตำรวจด้วย อีกทั้งจากการสืบสวนยังทราบว่า นายชนะกันต์ หรือต้อม เตรียมจะก่อเหตุหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ จ.นครราชสีมา กับ จ.ชัยภูมิ แต่มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

พ.ต.ท.สมยศ ระบุด้วยว่า หากญาติผู้ต้องหา หรือผู้ใดเคยถูกหลอกลวง หรือคาดว่าจะถูกนายชนะกันต์ หรือต้อม หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวให้มาแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมได้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และขอยืนยันว่าตำรวจ ชป.ปส.ฯไม่เคยมีการเรียกรับสินบน หรือค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น หากพบเห็นว่ามีผู้แอบอ้างในลักษณะดังกล่าว ให้แจ้งความดำเนินคดีได้ทันที.