ผู้ว่าฯบุรีรัมย์จัดเครื่องเซ่นไหว้ชุดใหญ่บวงสรวงขอฝนจากเทวดา

เทวดาช่วยด้วย! ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ นำส่วนราชการพร้อมชาวบ้าน จัดเครื่องเซ่นไหว้ชุดใหญ่ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรจากเทวดาบันดาลให้ฝนตกลงมา เติมน้ำในอ่างห้วยตลาด ใช้ผลิตประปาเลี้ยงชาวบุรีรัมย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง

                   บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 19 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน และประชาชนจากหมู่บ้าน ในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ได้ร่วมกันจัดประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของชาวบุรีรัมย์ พร้อมร่วมกันสวดมนต์ขอพร ช่วยดลบันดาลให้ ฝนตกลงมาเติมน้ำในอ่างให้เต็ม เพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค และเพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา บริการประชาชนในเขตเศรษฐกิจของตัวเมืองบุรีรัมย์และใกล้เคียง รวมถึงสร้างความชุ่มชื้นให้กับในทุกพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์  เพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ด้วย               โดยผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ได้เป็นประธานในการจุดเทียน ธูป บูชาเทพพยาดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรูปประติมากรรมพระโพธิสัตว์พังพระกาฬ ประทับนั่งภาวนาสมาธิเหนือพญานาคราช 7 เศียร แผ่พังพาน หรือรูปหล่อองค์ท้าวจตุคามรามเทพ ประทับนั่งภาวนาอยู่บนนาคปรก 7 เศียร และร่วมปักธูปลงบนเครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งมีทั้งหัวหมู จำนวน 16 หัว ไก่และปลาต้มอย่างละ 7 ตัว พร้อมอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงเครื่องประกอบบายศรีที่ทำเป็นรูปพญานาคด้วย จากนั้นพราหมณ์ได้ทำพิธีสวดมนต์ขอพร ต่อจากนั้นผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ทำการโปรยกรวดทราย ที่ผ่านพิธีการปลุกเสกใส่เครื่องเซ่นไหว้ และโปรยลงน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด โดยหลังจากการประกอบพิธีเซ่นไหว้ นางรำ 9 คน ประกอบพิธีรำบวงสรวงทวยเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งใช้เวลารำประมาณ 9 นาที                ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ กล่าวว่าจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากภาวะภัยแล้งแล้วในทุกพื้นที่ โดยสถานการณ์ภัยแล้งได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะต้นข้าวที่เกษตรกรชาวนาได้ทำการเพาะปลูกในฤดูกาลเพาะปลูกปีนี้ หลายพื้นที่เริ่มเหี่ยวเฉาและยืนต้นแห้งตาย นอกจากนี้ยังพบว่าแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ต่างๆ ทั้งลำห้วย คู คลอง และอ่างเก็บน้ำต่างๆแห้งขอดลง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาหล่อเลี้ยงในเขตพื้นที่เศรษฐกิจของตัวเมืองบุรีรัมย์ และอำเภอใกล้เคียง อยู่ในขั้นวิกฤต โดยปริมาณน้ำกักเก็บเหลือเพียงประมาณกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เท่านั้น หรือคิดเป็น 1.34 % ของความจุอ่างทั้งหมดอยู่ที่ 27 ลบ.ม. ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ปริมาณน้ำเหลือประมาณ 3 แสน ลบ.ม. จากปริมาณความจุอ่าง 26 ล้าน ลบ.ม.                ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่าถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูฝนก็ตาม แต่กลับพบว่าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีฝนตกน้อยและทิ้งช่วง จึงไม่มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำฯ ส่งให้ปริมาณน้ำในอ่างฯเหลือน้อย และอาจจะไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงการเกษตร ทางจังหวัดฯจึงได้ร่วมกับชลประทาน การประปา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแหล่งน้ำจากที่ต่างๆ ผันมาเติมเต็มในอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด และห้วยจรเข้มากเพื่อไว้ใช้ผลิตน้ำประปา บริการเขตพื้นที่เศรษฐกิจของบุรีรัมย์                “ทางเราเองได้ทำทุกวิถีทาง เพื่อหาน้ำมาเติมใส่อ่างห้วยตลาดกับห้วยจระเข้ ทั้งการผันน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ หรือจากบ่อหลุมระเบิดหิน ของโรงโม่หินในพื้นที่ รวมถึงในวันนี้ก็ได้มีการจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของชาวบุรีรัมย์ เพื่อขอพรเทพยดา บันดาลให้ฝนตกลงมาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ผลิตประปา และใช้ทำนาต่อไป”นายธีรวัฒน์ กล่าว.

Cr..สยาม ชุมสิงห์ / รายงาน