แก๊งลักรถยนต์ส่งขายเขมรไปไม่รอดจนมุมตำรวจบุรีรัมย์

ตำรวจบุรีรัมย์เจ๋ง!ตามรวบยกแก๊งลักรถยนต์กระบะส่งขายเขมร เผยผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีหมายจับคดีลักรถ ชี้ทำเป็นขบวนการ มีนายทุนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ระบุส่วนใหญ่จะก่อเหตุแถบภาคตะวันออก แต่กลับมาจนมุมหลังก่อเหตุลักรถยนต์ที่บุรีรัมย์ 2 คัน

                    บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 22 ก.ค.62 ที่ลานหน้า สภ.เมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ,พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ,พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ไกรศร อินไชย รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และ พ.ต.ต.อภิภู จูประโคน สว.กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์รถยนต์ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ นำไปส่งขายยังประเทศกัมพูชา ได้ผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางรถยนต์ 3 คัน โดยมีผู้เสียหายพร้อมญาติพี่น้อง เดินทางมารอรับรถยนต์คืนด้วยความดีใจ พร้อมกับนำกระเช้าเพื่อสุขภาพมอบแด่ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้ และตรวจยึดรถยนต์ที่ถูกขโมยกลับคืนมาได้ทั้ง 3 คัน                พ.ต.อ.รุทธพล ระบุว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์-รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ศปจร.ภจว.บุรีรัมย์) ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์รถยนต์กระบะ 2 คัน ในเขตพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ กับ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ จึงได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรในเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด และแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ต่อมาได้รับแจ้งจาก สภ.โนนดินแดง ว่าตรวจยึดรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซู ชนิดแคป ได้จำนวน 3 คัน เนื่องจากผู้ขับขี่มีพฤติกรรมขับรถหลบหนีด่าน จุดกวดขันวินัยจราจรป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ที่หน้าตู้ยามเฉลิมพระเกียรติ ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์โล่ไล่ติดตาม ทำให้กลุ่มคนร้ายจอดรถทั้ง 3 คันทิ้งไว้แล้วพากันแยกย้ายหลบหนี ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีจำนวน 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน                    พ.ต.อ.รุทธพล ระบุต่อว่าจากการตรวจสอบรถยนต์กระบะที่ตรวจยึดได้ทั้ง 3 คัน ทราบว่าเป็นรถยนต์กระบะที่ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์มาทั้ง 3 คัน คือรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็ค ชนิดแคป ซึ่งเป็นรถที่ได้แจ้งความหายเอาไว้ในพื้นที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ กับ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และที่แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จึงได้มอบหมายให้ กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ร่วมกับ สภ.ที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวน และสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทั้ง 4 คน                 คือนายสมพร หรือวุฒิ หิมชัน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 ม.2 ต.ทัพเสด็จ อ.พระยา จ.สระแก้ว ทำหน้าที่เป็นคนใช้อุปกรณ์เครื่องมือ เปิดประตูรถ/สตาร์ทรถยนต์ และติดต่อกับนายทุนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนายสมพร มีหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ในข้อหาร่วมกันหาลักทรัพย์ (รถยนต์) ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร พื้นที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ,น.ส.สุปรางทิพย์ หรือขวัญ ทรงโฉม อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.1 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นแฟนสาวของนายสมพร ,นายสันติ หรือมิ๊ก หวานเย็น อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ม.12 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทำหน้าที่หาเป้าหมาย-ดูต้นทาง และขับรถยนต์ไปส่ง ซึ่งนายสันติ ยังมีหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ข้อหาร่วมกันหาลักทรัพย์ (รถยนต์) ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร พื้นที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี และนายภวินทร์ หรือบอย บุตรงาม อายุ 22 ปีบ้านเลขที่ 275 ม.1ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งทำหน้าที่ หาเป้าหมาย-ดูต้นทาง และขับรถยนต์               พ.ต.อ.รุทธพล ระบุด้วยว่าจากการซักถามผู้ถูกจับทั้งหมด รับสารภาพว่าก่อนหน้าที่จะก่อเหตุในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ได้เคยร่วมกันกับพวกก่อเหตุในลักษณะนี้ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี, อ.บางบ่อ จ.สมุทรปาการ และ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยนำไปส่งขายให้นายทุนชาวกัมพูชา ในราคาคันละ 50,000 บาท                 พ.ต.อ.รุทธพล ระบุอีกว่าพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย จะขับรถยนต์ตระเวนหารถยนต์เป้าหมาย โดยจะเลือกรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ค แบบที่เป็นระบบเกียร์ธรรมดา หากพบว่ามีรถจอดอยู่ในจุด ที่เอื้อต่อการก่อเหตุก็จะลงมือก่อเหตุ ซึ่งใช้เวลาในการก่อเหตุเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น โดยรูปแบบการทำจะแบ่งหน้าที่กันทำ  จากนั้นจะนำรถยนต์ ที่ได้มาไปจอดไว้ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว แล้วบอกพิกัดตำแหน่งให้นายทุน ชื่อเบิร์ด ชาวกัมพูชาทราบ หลังจากนั้นจะมีคนมารับรถยนต์ไปอีกทอดหนึ่ง ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ทราบว่ารถยนต์ จะออกสู่ประเทศกัมพูชา ทางช่องทางไหน หรือวันเวลาใดบ้าง พอหลังจากนั้นนายสมพร หรือวุฒิฯ จะได้รับการติดต่อให้ไปรับเงินค่าจ้าง โดยจะต้องข้ามชายแดนเข้าไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อรับเงินสดที่นายทุนฝากไว้ เป็นเงินสกุลดอลล่าสหรัฐฯ แล้วแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย คิดเป็นเงินจำนวน 50,000 บาทต่อคัน ซึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายในการทำงานแล้ว จะนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์มาแบ่งคนละเท่าๆกัน  เงินที่ได้ก็จะนำใช้จ่าย เที่ยวเตร่ และซื้อยาเสพติดมาเสพ             ด้านนายประกิจ ทองประโคน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.2 ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย บอกว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้รถกลับคืนมา ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่สามารถติดตามรถของตนที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้ ทั้งยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด เพราะปกติเท่าที่ทราบส่วนใหญ่ เมื่อรถหายแล้วมักจะไม่ได้คืน และสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนนี้ มารู้ว่ารถถูกขโมยตอนเวลาประมาณ 8 โมงเช้าของวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังช่วยพี่สาวขายหมูอยู่ในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ หลังจากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ หลังจากนั้นตำรวจได้ทำการติดตามรถกลับคืนมาได้ดังกล่าว.

Cr..สยาม ชุมสิงห์ / รายงาน