“ศักดิ์สยาม”ชี้สร้างเกาะกลางถนนเปลืองงบประมาณ แนะใช้แบริเออร์จากยางพาราแทน

รมว.คมนาคม ชี้สร้างเกาะกลางถนนเปลืองงบประมาณ ถ้าจะสร้างเพื่อความสวยงาม แนะใช้แบริเออร์กั้บที่ผลิตจากยางพาราแทน ซึ่งยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรชาวสวนยาง พร้อมสั่งการกรมทางหลวง จัดทีมวิศวกรออกแบบแบริเออร์ ที่มีประสิทธิภาพรองรับความเร็วรถได้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ มาใช้ทดแทนการก่อสร้างเกาะกลางถนน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนได้

            บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 18 ส.ค.62 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมขณะเดินทางมาตรวจราชการ เพื่อติดตามแผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับส่วนราชการต่างๆในสังกัดกระทรวงคมนาคม และส่วนราชการต่างๆของ จ.บุรีรัมย์ ที่ห้องประชุมแขวงทางหลวงบุรีรัมย์(เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์      โดยนายศักดิ์สยาม ได้แสดงความเป็นห่วงถึงกรณีที่มีข่าวการเกิดอุบัติเหตุของรถไมโครบัส และรถตู้โดยสาร ซึ่งตนเองรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับข่าวที่เกิดขึ้น โดยย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ยังได้ระบุถึงกรณีการสร้างเกาะกลางถนน ซึ่งถ้าเป็นการสร้างเพียงเพื่อความสวยงามก็ไม่ควรที่จะจัดสร้าง เพราะจะทำให้เปลืองงบประมาณ มีค่าใช้จ่ายสูงและเสียพื้นที่บนถนนมาก โดยให้ใช้ลักษณะแบริเออร์กั้บแบ่งแยกช่องจราจรแทน ซึ่งตนเองได้มอบนโยบายให้กับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทไปแล้ว      โดยให้มีการออกแบบ แบริเออร์ที่ทำจากยางพารา ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตร ให้สามารถรองรับแรงกระแทก และเกิดความปลอดภัยมากกว่านี้ เนื่องจากแบริเออร์เดิมที่ใช้มีสามารถในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ จากรถที่ใช้ความสามารถไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น โดยให้สามารถรองรับความเร็วรถได้ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ มาใช้ทดแทนการก่อสร้างเกาะกลางถนน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนได้       นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าในเรื่องมาตรการความปลอดภัย ถ้าถนนที่เกินสี่เลนขึ้นต้นไป ถ้าไม่มีงบประมาณในการสร้างเกาะกลางถนน ก็อย่าไปสร้างอีกเลยเกาะกลางถนน พูดจริงๆน่ะมันเปลืองงบประมาณ แล้วก็ผมว่าเจตนาที่เราทำเกาะกลางถนน เราตั้งใจทำเพื่อความปลอดภัยหรือว่าทำเพื่อให้เกิดความสวยงาม ผมว่าถ้าทำเพื่อความปลอดภัย เราทำเป็นแบริเออร์ ที่ผมเคยให้นโยบาย เรื่องของการแปรรูปยางพารา ซึ่งสิ่งหนึ่งที่อธิบดีกรมทางหลวงได้ชี้แจงในการประชุม ซึ่งมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการนำแบริเออร์มาใช้ ว่ามันมีความสามารถในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ แค่รถที่ใช้ความสามารถไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น      ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ที่จริงแล้ว กรมทางหลวงชนบทสามารถที่จะมีวิศวกรที่ออกแบบวิศวกรรม ที่เกี่ยวกับแบริเออให้มีมาตรฐานที่สูงกว่านี้ได้ เพื่อลดอันตราย และลดการบาดเจ็บการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุได้