ผอ.ฝนหลวงอีสาน บินสำรวจพื้นที่บุรีรัมย์ หลังยังคงประสบภัยแล้ง เตรียมทำฝนหลวงแก้ปัญหา

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ขอนแก่น) บินสำรวจพื้นที่การเกษตร และอ่างเก็บน้ำใน จ.บุรีรัมย์ หลังพบยังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง เตรียมบินทำฝนหลวงช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนหมดฤดูฝนนี้

           บุรีรัมย์ไทม์ / เมื่อวันที่ 18 ก.ย.62 น.ส.วาสนา วงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ขอนแก่น) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ และสื่อมวลชน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินสำรวจดูพื้นที่ทางการเกษตร และแหล่งน้ำในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ อ.ชำนิ อ.นางรอง อ.ประโคนชัย อ.พลับพลาชัย หลังพบพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะฝั่งทางทิศใต้และทิศตะวันตกของ จ.บุรีรัมย์       ซึ่งจากการบินสำรวจ พบว่าในพื้นที่ดังกล่าว ยังคงประสบกับปัญหาความเดือดร้อน จากภัยแล้งอยู่ ทั้งอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำหลายแห่ง มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีฝนตกลงมา ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มาระยะหนึ่งก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ เพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงในภาคการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวหลายพื้นที่ ได้รับความเสียหาย และมีประชาชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องขอให้ทำฝนหลวง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นดังกล่าว

         ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ขอนแก่น) ระบุว่าในห้วงที่ผ่านมาถึงแม้จะมีพายุ และมีฝนตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด แต่ยังพบว่ามีพื้นที่อีกหลายจังหวัด มีปริมาณน้ำฝนน้อย ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกข้าว ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งยังมีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่ใช้สำหรับผลิตน้ำประปาน้อยมาก      กรมฝนหลวง มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการทำหลวง เพื่อช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัยหาความเดือดร้อนของประชาชน          แต่ทั้งนี้ก็ตาม การปฏิบัติการทำฝนหลวง จำเป็นต้องอาศัยต้นทุนของธรรมชาติเป็นหลัก เพราะโดยปกติแล้ว ฤดูฝนจะหมดประมาณกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ และหลังจากการบินสำรวจพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ในครั้งนี้ กรมฝนหลวงจะปฏิบัติงานทำฝนหลวง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร เพื่อเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำต่างๆให้เพียงพอใช้        โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำหลายๆแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 30% โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ถือว่ามีปริมาณอยู่ที่น้อยมาก ซึ่งในขณะนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ได้ตั้งฐานปฎิบัติการอยู่ที่ จ.สุรินทร์ และ จ.นครราชสีมา โดยได้มีการบูรณาการร่วมกัน ตามสภาพอากาศ และทิศทางลมของแต่ละวัน ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงฯ จะยังคงมุ่งมั่นปฎิบัติหน้าที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป จนกว่าจะไม่สามารถขึ้นบินปฎิบัติการได้