หนุ่มเชียงรายนำยาบ้าจากภาคเหนือเม็ดละ ๕ บาทมาส่งเพื่อนขายต่อที่บุรีรัมย์เม็ดละ ๑๐๐ บาทฟันกำไรอื้อ (มีคลิป)

0
17

ถูกจับเพราะค้ากำไรเกินควร!? “หนุ่มเชียงราย”ขนยาบ้าจากภาคเหนือ มาแบบกองทัพมดครั้งละ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ เม็ด ต้นทุนเม็ดละ ๕ บาท ถุงซุกมาในเต้าหู้ แต่ส่งให้เพื่อนขายต่อที่บุรีรัมย์เม็ดละ ๑๐๐ บาท ไม่รอดถูกตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ วางแผนล่อซื้อจับกุมได้คารีสอร์ท ทั้งคนและของกลางยาบ้ากว่า ๑๐๐ เม็ด

1

*** บุรีรัมย์ / เมื่อเร็วๆนี้ พ.ต.ท.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ หัวหน้า ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.องอาจ มะโนบาล ร.ต.ท.รักศักดิ์ หาญประโคน นำกำลัง ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ เข้าจับกุม นายสมศักดิ์ ไกลกลางดอน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ กับนายสมชาย ขวัญเอี่ยมเจริญ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.12 ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้ที่ห้องพักเบอร์ 2 เก้าวิฬารีสอร์ท ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าที่ตรวจพบในห้องพักรวมทั้งหมด 172 เม็ด โดยเป็นยาบ้าจำนวน 97 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน วางอยู่บริเวณชั้นวางโทรทัศน์ ,ยาบ้า 65 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย วางอยู่บนชั้นวางของหน้าห้องน้ำ และยาบ้าอีกจำนวน 10 เม็ด ห่อด้วยเศษกระดาษซุกซ่อนอยู่บริเวณหลังโทรทัศน์ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าทั้งหมด และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อยาบ้า มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ และทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกายด้วย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑(เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

3

*** สอบถามนายสมชาย ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว ตนกับนายเชิดศักดิ์ ได้เสพยาบ้าไปคนละ 2 เม็ดไปก่อนที่ตำรวจจะมาจับ ส่วนยาบ้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจพบในห้องนั้นเป็นยาบ้าที่ตนได้เตรียมไว้ให้นายเชิดศักดิ์ นำไปขายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และรอให้ลูกค้ามารับ ซึ่งตนได้รู้จักกับนายเชิดศักดิ์ ตอนที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติด เมื่ออกมาแล้ว จึงได้ชักชวนกันมาขายยาบ้า ซึ่งตนจะเป็นผู้นำยาบ้ามาจากทางภาคเหนือ โดยสารมากับรถประจำทางมาครั้งละ 5-10 ถุง หรือประมาณ 1,000-2,000 เม็ด ต้นทุนมาในราคาเม็ดละ 5 บาท ซุกซ่อนมากับเต้าหู้ยี้ของชาวเขา เพื่อหลีกเลี่ยงจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ มาส่งให้ลูกค้าส่วนหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา และอีกส่วนหนึ่งนำมาส่งให้นายเชิดศักดิ์ เป็นผู้ขายมาได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว โดยจะเปิดรีสอร์ทเป็นที่พักอาศัย ส่วนเงินที่ได้จะโอนให้แฟนสาวของตนเองเป็นผู้เก็บไว้ เมื่อขายยาบ้าหมดตนก็จะเดินทางไปภาคเหนือ เพื่อไปนำยาบ้ามาส่งต่อให้นายเชิดศักดิ์เป็นผู้จำหน่ายอีก เพราะลงทุนซื้อยาบ้ามาแค่ถุงละประมาณ 1,000 บาท แต่ขายได้กำไรถึงถุงละ 15,000 บาท

5-1

*** ด้าน พ.ต.ท.วิษณุ เปิดเผยว่า ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากสายลับว่ามีวัยรุ่นชายเป็นคนภาคเหนือ นำยาบ้ามาจำหน่ายในพื้นที่ในราคาเม็ดละ 100 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่าทั่วไป โดยเปิดห้องพักอาศัยอยู่รีสอร์ทบริเวณถนนบายพาสรอบเมืองบุรีรัมย์ จึงได้วางแผนให้สายลับติดต่อซื้อยาบ้าจำนวน 50 เม็ด โดยผู้ค้ายาเสพติดได้นัดให้สายลับมารับยาบ้าที่รีสอร์ทดังกล่าว เมื่อสายลับไปถึง นายเชิดศักดิ์ กับนายสมชาย ได้เปิดประตูออกจากห้องพัก และเรียกให้สายลับไปรับยาบ้าที่ห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ดักซุ่มอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเข้าตับกุม และเข้าตรวจค้นห้องพักของ นายสมชาย กับนายเชิดศักดิ์ ก็พบยาบ้าวางไว้ในบริเวณต่างๆของตัวห้อง

2

*** พ.ต.ท.วิษณุ เปิดเผยด้วยว่าคดีนี้ถึงจะมีผลการจับกุมยาบ้าในจำนวนเพียง 100 กว่าเม็ดเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมีการซื้อขายยาบ้ากัน เพียงราคาเม็ดละ 100 บาทเท่านั้น ซึ่งมีราคาถูกกว่าที่มีการจำหน่ายโดยทั่วไป ที่จำหน่ายอยู่ที่ราคาเม็ดประมาณ 150-200 กว่าบาท ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่นำยาบ้ามาจำหน่ายครั้งละมากๆ แต่จากการตรวจสอบกลับพบว่ามีการนำยาบ้ามาจำหน่ายในจำนวนไม่มาก แต่มีต้นทุนมาถูกกว่ารายอื่นทั่วไป คือมีต้นทุนมาเม็ดละ 5 บาทเท่านั้นเฉลี่ยถุงละ 1,000 บาท ในขณะที่ผู้ค้าส่วนใหญ่มีต้นทุนประมาณเม็ดละ 80-100 บาท หรือเฉลี่ยถุงละประมาณ 20,000 บาท.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here